เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา หน่วยงานกำกับดูแลทางเภสัชกรรมในสหราชอาณาจักรอนุมัติให้ใช้ “โมลนูพิราเวียร์” ที่ผลิตโดยบริษัทเมอร์ค บริษัทยายักษ์ใหญ่จากสหรัฐฯ ถือเป็นครั้งแรกของโลกที่ยารักษาโรค​โควิด​ฯชนิดรับประทานได้รับการอนุมัติให้ใช้งานจริงจากหน่วยงานระดับประเทศ

หน่วยงานกำกับดูแลทางเภสัชกรรมในสหราชอาณาจักรแนะนำให้มีการใช้ยานี้ทันทีกับประชากรอายุมากกว่า 18 ปีซึ่งตรวจพบว่าติดเชื้อโคโรนาไวรัส ภายในเวลา 5 วันหลังจากที่เริ่มแสดงอาการ

ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าหากได้รับอนุมัติให้ใช้งานยานี้ต่อไปในประเทศต่างๆ อาจก่อให้เกิดศักยภาพมหาศาลในการช่วยต่อสู้กับการระบาดใหญ่ของโคโรนาไวรัส ยาแบบรับประทานนั้นง่ายต่อการใช้ ง่ายต่อการผลิต และจัดเก็บ มีประโยชน์อย่างชัดเจนโดยเฉพาะในประเทศรายได้ต่ำและมีการกระจายวัคซีนที่จำกัด

“เราจะเดินหน้าดำเนินการอย่างเข้มงวดและเร่งด่วนต่อไปเพื่อนำโมนูพิราเวียร์ไปสู่ผู้ป่วยทั่วโลกโดยเร็วที่สุด” โรเบิร์ต เอ็ม. เดวิส ประธานเมอร์คกล่าวในแถลงการณ์ของทางบริษัท

“วันนี้เป็นวันประวัติศาสตร์สำหรับประเทศของเรา” ซาจิด จาวิด รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขอังกฤษกล่าวในการประกาศเมื่อวันพฤหัสบดี “นี่จะเป็นตัวเปลี่ยนเกม”

วิลเลียม ฟิสเชอร์ แพทย์ดูแลระบบทางเดินหายใจและวิกฤต และศาสตราจารย์แห่งมหาวิทยาลัยนอร์ธ แคโรไลนาที่แชปเพิลฮิลล์ กล่าวว่ายาดังกล่าวเป็นโอกาสที่จะช่วยเอาชนะความไม่เท่าเทียมกันในการเข้าถึงการรักษารวมไปถึงการะป้องกันไวรัสโคโรนาที่ก่อให้เกิดการระบาดใหญ่ไปทั่วโลก ยาแบบรับประทานนั้นใช้งานง่ายมากเมื่อเทียบกับยารักษาโรคโควิด-19 อีกตัวที่มีชื่อว่า “โมโนโคลนอลแอนติบอดี” (Monoclonal Antibody) ซึ่งเป็นการรักษาที่มีค่าใช้จ่ายสูงและยุ่งยากเนื่องจากต้องให้ยาทางหลอดเลือดโดยแพทย์เท่านั้น”

“นอกจากราคาถูกใช้งานง่ายแล้ว ยาแบบรับประทานยังสามารถช่วยลดการแพร่เชื้อไวรัสได้อีกด้วย และเนื่องจากผู้คนสามารถรับยาจากโรงพยาบาลหรือร้านขายยาและนำกลับไปทานที่บ้านได้” วิลเลียม ฟิสเชอร์กล่าว “วิธีแบบนี้จะช่วยให้โรงพยาบาลไม่ต้องมีงานล้นมือจากการรับผู้ป่วยโควิด-19 จนต้องเลื่อนการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคอื่นออกไป และลดความแออัดในโรงพยาบาลด้วย”

สำนักงานอาหารและยาสหรัฐฯ หรือ FDA ระบุไว้เมื่อเดือนที่แล้วว่า จะเริ่มกระบวนการตรวจสอบความปลอดภัยและประสิทธิผลของยาโมลนูพิราเวียร์ภายในเดือนพฤศจิกายน เช่นเดียวกับหน่วยงานด้านอาหารและยาของอีกหลายประเทศ ส่วนทางบริษัทเมอร์คนั้น ก่อนหน้านี้ก็ได้ทำสัญญาผลิตยาดังกล่าวให้สหรัฐฯจำนวน 1.7 ล้านชุด ในราคาชุดละ 700 ดอลลาร์ โดยทางบริษัทฯคาดว่าจะสามารถผลิตยาดังกล่าวได้ทั้งหมด 10 ล้านชุดภายในสิ้นปีนี้

อ่านบทความเดิมของเราเกี่ยวกับยา “โมลนูพิราเวียร์”

ข่าวจากวอชิงตันโพสต์ https://www.washingtonpost.com/health/2021/11/04/covid19-pill-merck-molnupiravir-approval-uk/