ปัญห​าที่เกิด​จาก​มนุษย์ ​ก็ต้อง​แก้โดย​มนุษย์​ การประชุมสมัชชาประเทศภาคีอนุสัญญาว่าด้วยเรื่องโลกร้อนครั้งที่ 26 หรือ COP26 ที่จัดให้มีขึ้นระหว่างวันที่ 31 ตุลาคม – 12 พฤศจิกายนนี้ที่เมืองกลาสโกว์ของสก็อตแลนด์​ ก็เพื่อความพยายาม​ในการควบคุมอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกไม่ให้เพิ่มขึ้นเกิน 1.5°C เมื่อเทียบกับอุณหภูมิในช่วงก่อนยุคอุตสาหกรรม

คำมั่นสัญญาและแผนดำเนินงานที่ประเทศต่าง ๆ นำเสนอเมื่อ 6 ปีที่แล้วตามข้อตกลงกรุงปารีส หรือ Paris Agreement สุดท้ายแล้ว​ก็พบว่ายังไม่เพียงพอที่จะจำกัดอุณหภูมิของโลกไม่ให้สูงขึ้นเกิน 1.5°C เพราะข้อมูลทางวิชาการ​ขณะนี้แสดงให้เห็น​แล้ว​ว่า โลกกำลังมุ่งหน้าสู่ภาวะของการมีอุณหภูมิสูงขึ้น 2.7°C​ เข้า​ไปแล้ว

การประชุมครั้งนี้จึงได้รับการจับตามองอย่างมาก ท่ามกลางความคาดหวังในตัวผู้นำโลก เพราะเราอาจเหลือเวลาพลิกสถานการณ์ของภาวะโลกร้อนไม่มากแล้ว

แต่ละประเทศ​ที่อยู่ใน​ภาคีอนุสัญญา​นี้จะต้องยื่นแผนปฏิบัติงานของตัวเอง เพื่อบอกว่า พวกเขาจะทำอย่างไรเพื่อให้ได้ตามเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้ และการประชุม COP26​ นี้ ถือเป็นครั้งแรกที่จะมีการทบทวนแผนการฉบับล่าสุดของแต่ละประเทศ​ที่เคยให้เอาไว้ในการประชุม​ครั้งก่อนๆ

หลายฝ่ายคาดหวังจะเห็นการให้คำมั่นสัญญา​อย่างหนักแน่นจากทุกประเทศสมาชิกว่าจะพยายามบรรลุภาวะของการมีก๊าซคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ หรือ “net-zero” emissions ให้ได้ภายในปี พ.ศ. 2593 หรือ ค.ศ.2050 ทั้งการหยุดถ่านหิน หยุดทำลายป่า ใช้รถไฟฟ้าแทนรถยนต์สันดาปน้ำมัน หยุดการปล่อยคาร์บอน​จากโรงงานอุตสาหกรรม​ วิจัยและพัฒนา​หาทางดูดเอาคาร์บอนในชั้นบรรยากาศ​โลกลงไปเก็บไว้ใต้ดินหรือเก็บในรูปแบบต่างๆ ปลูกต้นไม้ให้มากที่สุด ฯลฯ

แต่เท่านี้ยังไม่พอ เพราะที่ผ่านมาก็มีการประชุมเรื่องโลกร้อนหลายครั้งแต่ผลลัพธ์​ที่ได้กลับคืบน้าไปได้ช้ามาก ปัญหา​ส่วนหนึ่งมาจากนโบายของแต่ละประเทศ​ที่ไม่เคยสอดคล้องกับจุดหมายของการลดโลกร้อน ยกตัวอย่าง​เช่น​จีนกับอินเดียที่เป็นผู้ผลิตก๊าซเรือนกระจกรายใหญ่ของโลกยังไม่ได้เสนอแผนดำเนินการใด ๆ อย่างชัดเจน เม็กซิโกกับบราซิลก็ดูเหมือนจะเดินถอยหลังในเรื่องนี้​ ส่วนประเทศผู้นำอย่างสหรัฐ​ฯเองก็ไม่ต่างกัน แม้ประธานาธิบดีไบเดนจะแสดงความมุ่งมั่นและความร่วมมือของสหรัฐฯ ตามจุดมุ่งหมาย​นี้ แต่ขณะนี้รัฐสภาสหรัฐฯ เองก็ยังไม่ได้ออกกฎหมายใด ๆ ที่ให้อำนาจรัฐบาลในเรื่องนี้เลย นอกจากนั้น ข้อกำหนดที่สำคัญในร่างกฎหมายดังกล่าวก็ยังถูกแปรญัตติหรือถูกถอดออกจากตัวร่างด้วย

ปัญหาอีกด้านมาจากการผิดคำมั่นสัญญาของกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้วที่ตกลงกันไว้เมื่อปี 2552 ว่าจะให้เงินช่วยเหลือแก่ประเทศกำลังพัฒนาเพื่อต่อสู้กับปัญหาโลกร้อนรวมหนึ่งแสนล้านดอลลาร์ต่อปี แต่ จนถึงปี 2019 เงินช่วยเหลือจากประเทศที่ร่ำรวยที่มอบให้ตามสัญญา​นี้กลับ​มีมูลค่ารวมกันเพียงแค่ราว 7 หมื่น 9 พันล้านดอลลาร์เท่านั้น

ก็ได้แต่หวังว่าการประชุม COP26 ครั้งนี้แม้อาจยังไม่สามารถสร้างผลลัพธ์ท้ายสุดได้ตามที่ต้องการ แต่การประชุมครั้งนี้ก็นับเป็นก้าวที่สำคัญ ก่อนที่โลกเราจะผ่านจุดที่เลวร้ายจนไม่มีทางหวลคืน