ดาวพุธเป็นดาวเคราะห์หินดวงเล็กที่สุด (เล็กกว่าดวงจันทร์แกนนีมีดของดาวพฤหัส) โคจรรอบดวงอาทิตย์ในระยะใกล้ที่สุด มีบรรยากาศเบาบางมาก และมีสนามแม่เหล็กเหมือนโลก ดาวพุธจึงเป็นหนึ่งในดาวเคราะห์ที่น่าสนใจ แต่ที่ผ่านมายังมีการส่งยานอวกาศไปสำรวจค่อนข้างน้อย

ทางองค์การอวกาศยุโรปหรือ ESA และญี่ปุ่นหรือ JAXA​ ได้ร่วมกันส่งยานออกไปสำรวจดาวพุธในชื่อภารกิจ “เบปีโคลอมโบ” (BepiColombo)​ โดยออกจากโลกไปแล้วเมื่อเดือนตุลาคม​ พ.ศ. 2561 และมีกำหนดเข้าสู่วงโคจรของดาวพุธในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2568

ดาวพุธเป็นดาวเคราะห์ที่โคจรรอบดวงอาทิตย์ด้วยความเร็วสูงมาก นั่นทำให้ต้องเร่งความเร็ว​ยานสำรวจในภารกิจ “เบปีโคลอมโบ” ให้ทันความเร็วของดาวพุธ การเร่งความเร็วนี้ใช้เทคนิคการทำสลิงช็อตโดยอาศัยแรงเหวี่ยงของดาวเคราะห์ต่างๆจำนวน 3 ดวงเป็นตัวช่วย โดยจะมีการบินผ่านหรือ Flyby โลกเรา 1 รอบ ดาวศุกร์ 2 รอบ และดาวพุธอีก 6 รอบ

ยาน “เบปีโคลอมโบ” ผ่านโลก 1 ครั้ง และดาวศุกร์ 2 ครั้งมาแล้วในเดือนเมษา​ยนและเดือนตุลาคม พ.ศ.2563 รวมทั้งเดือนสิงหาคม พ.ศ.2564 ตามลำดับ จวบจนเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม​ ที่ผ่านมาตามเวลาใน​ประเทศไทย​ ยาน “เบปีโคลอมโบ” ก็มาถึงขั้นตอนเข้าใกล้ดาวพุธ​ครั้งแรกจากทั้งหมด​ 6 ครั้ง และในโอกาสนี้เอง ก็ได้มีการถ่ายภาพภาพแรกของดาวพุธ ส่งมาให้ชม

ภาพนี้ถ่ายเมื่อเวลา 06:44 ตามเวลาใน​ประเทศไทย​ด้วยกล้อง Mercury Transfer Module Monitoring Camera 2 ที่ระยะห่าง 2,418​ กิโลเมตร​จากผิวดาวพุธหลังจากเข้าเฉียดดาวพุธ​ในระยะใกล้กว่านี้คือ 200 กิโลเมตรเมื่อ 10 นาทีก่อนหน้านั้นคือ 06:34 ตามเวลาไทย

ในภาพเราจะเห็นหลุมอุกกาบาตจำนวนมากบนผิวดาวพุธอย่างชัดเจน รวมทั้งได้เห็นสายอากาศและท่อขับดันของตัวยาน “เบปีโคลอมโบ”​ ด้วย

การบินผ่านดาวพุธเพื่อทำสลิงช็อตครั้งต่อไปจะตรงกับ​วันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2565 อีก 4 ครั้งที่เหลือได้แก่เดือนมิถุนายน พ.ศ. 2566 เดือนกันยายนและธันวาคม พ.ศ. 2567 สุดท้ายคือเดือนมกราคม พ.ศ. 2568 หากทุกอย่างเป็นไปด้วยดี ความเร็ว​ของยาน “เบปีโคลอมโบ” จะถูกเร่งขึ้นไปจนถึงจุดที่สามารถเข้าสู่วงโคจรรอบดาวพุธได้ในวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2025.

คอยติดติดตา​มความคืบหน้า​กันต่อไป