ศูนย์ควบคุมโรคติดต่อ (CDC)​ สหรัฐอเมริกา​ แถลงรายงานเมื่อวันศุก​ร์ที่​ผ่านมา​ถึงผลการศึกษาล่าสุด​ที่พบว่าการวัคซีนโรคโควิดฯในสหรัฐฯยังคงให้ผลดีในการป้องกันการเสียชีวิตหรือป่วยหนักจนต้องเข้ารับการ​รักษา​ในโรงพยาบาล แม้เวลานี้จะมีการระบาดของสายพันธุ์เดลตาไปทั่วประเทศ​ก็ตาม

จากผลการศึกษาที่ติดตามกลุ่มตัวอย่าง​ถึง 600,000 รายจาก 13 รัฐ ตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายนจนถึงกรกฎาคม (สายพันธุ์​เดลตา​เริ่มระบาดหนักในสหรัฐ​ฯช่วงเดือนมิถุนา​ยน)​ พบว่า ผู้ที่ไม่เคยฉีดวัคซีนเลยมีโอกาสติดเชื้อได้ง่ายกว่าผู้ที่ฉีดวัคซีนจนครบถึง 4.5 เท่า นอกจากนี้ยังมีโอกาสป่วยหนักจนต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลมากกว่าถึง 10 เท่า และสุดท้ายคือ ผู้ที่ไปฉีดวัคซีนเลยมีโอกาสเสียชีวิตสูงกว่าผู้ฉีดวัคซีน​จนครบแล้วถึง 11 เท่า

“วัคซีน​ยังคงได้ผล” ดร.โรเชลล์ วาเลนสกี ผู้อำนวยการ CDC กล่าวในการบรรยายสรุป “ต้องเน้นย้ำว่ามันคือสิ่งที่เรามีไว้ใช้เพื่อพลิกสถานการณ์​การระบาดใหญ่ในสหรัฐ​ฯรอบนี้”

ข้อมูลก่อนหน้านี้แสดงให้เห็นว่าประสิทธิผล​การป้องกันการติดเชื้อโ​คโรนาไวรัส​ของวัคซีน​ที่ใช้ในสหรัฐ​ฯกำลังลดลง โดยมีค่า 91% ในเดือนมีนาคม แต่เหลือ​เพียง 78% ในเดือนมิถุนายนและกรกฎาคม แต่การฉีด​วัคซีน​ก็ยังเป็นเรื่องจำเป็น

ดร.โรเชลล์ วาเลนสกี ​กล่าวในการบรรยายครั้งเดียวกันนี้ว่า 90% ของผู้ที่ป่วยหนักจากโรคโควิด​ฯจนต้องเข้ารับการ​รักษา​ใน​โรงพยาบาล​คือผู้ที่ไม่เคยฉีดวัคซีน​มาเลยแม้แต่เข็มเดียว

Dania Maxwell / Los Angeles Times via Getty Images