“คลีโอพัตรา” (216 Kleopatra ) คือชื่อของดาวเคราะห์น้อยรูปทรงประหลาดเรียวยาวโปนหัวโปนท้ายเหมือนกระดูกโคจรรอบดวงอาทิตย์อยู่ในแถบหลักของดาวเคราะห์น้อยระหว่างดาวอังคารและดาวพฤหัส ที่ล่าสุดกล้องโทรทรรศน์ยักษ์ Very Large Telescope (VLT) ในทะเลอาตะกามาของชิลี สามารถจับภาพที่มองเห็นได้ยากนั่นคือดวงจันทร์บริวารทั้ง 2 ของ “คลีโอพัตรา” เอาไว้ได้

ดาวเคราะห์น้อย “คลีโอพัตรา” มีขนาดยาวราว 270 กิโลเมตร ค้นพบโดยนักดาราศาสตร์ชาวเช็ก โจฮันน์ ปาลิซา (J. Palisa) เมื่อวันที่ 10 เมษายน ค.ศ. 1880 ที่หอดูดาว Naval Pola ในโครเอเชีย นักดาราศาสตร์สมัยหลังนิยมเรียกดาวเคราะห์น้อยดวงนี้ว่า “กระดูกน้องหมา” ด้วยลักษณะที่โดดเด่นของมันทำให้คิดเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้

การค้นพบดวงจันทร์บริวารทั้ง 2 ของดาวเคราะห์น้อย “คลีโอพัตรา” เกิดขึ้นหลังจากนั้นอีก 128 ปี นั่นคือเพิ่งมีการค้นพบโดย ดร.แฟรงค์ มาร์ชิส ( Franck Marchis) นักดาราศาสตร์จาก Laboratoire d’Astrophysique de Marseille ในฝรั่งเศส และทีมงาน เมื่อปี ค.ศ. 2008 นี้เอง ด้วยเหตุผลคือขนาดที่เล็กมากและมองเห็นได้ยากของดวงจันทร์ทั้ง 2 ดวงนี้ และเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2011 ดวงจันทร์ทั้ง 2 ก็ได้รับการตั้งชื่ออย่างเป็นทางการ

เป็นธรรมเนียมที่ปฏิบัติกันมานานว่าการตั้งชื่อดวงจันทร์นั้นหากเป็นไปได้ก็จะตั้งชื่อให้มีความสัมพันธ์กับชื่อของดาวเคราะห์หรือวัตถุที่เป็นโฮสต์ของมัน ดังนั้นจึงมีการเลือกใช้ชื่อลูกฝาแฝดชายหญิงของราชนี “คลีโอพัตรา” ตามประวัติศาสตร์มาตั้งเป็นชื่อดวงจันทร์ทั้ง 2 ดวงนี้ นั่นคือชื่อของแฝดหญิงคลีโอพัตรา ซีลีน (Cleopatra Selene) และแฝดชาย อเล็กซานเดอร์ เฮลิออส (Alexander Helios) แต่ย่อชื่อทั้ง 2 ให้สั้นลงเป็น “คลีโอซีลีน” (CleoSelene) และ อเล็กซ์เฮลิออส (Alexhelios)

ดวงจันทร์ “คลีโอซีลีน” คือดวงจันทร์ดวงเล็กที่อยู่วงใน มีขนาด 6.9 ± 1.6 กิโลเมตร โคจรรอบดาวเคราะห์น้อย “คลีโอพัตรา” ครบหนึ่งรอบในทุก 1.24 ± 0.02 วัน ส่วนดวงจันทร์ “อเล็กซ์เฮลิออส” คือดวงจันทร์ดวงใหญ่กว่าที่อยู่วงนอก มีขนาด 8.9 ± 1.6 กิโลเมตร โคจรรอบดาวเคราะห์น้อย “คลีโอพัตรา” ครบหนึ่งรอบในทุก 2.32 ± 0.02 วัน

ทีมงานของ ดร.แฟรงค์ ได้ใช้ความสามารถอันน่าทึ่งของอุปกร์ SPHERE ในการสังเกตดวงจันทร์ทั้ง 2 ของดาวเคราะห์น้อยกระดูกหมาดวงนี้ และจากความพยายามมายาวนานหลายปี ก็ประสบความสำเร็จในการถ่ายภาพของดวงจันทร์ทั้ง 2 รวมทั้งยังสามารถสังเกตของมูลใหม่ๆของ ดาวเคราะห์น้อย “คลีโอพัตรา” เช่นขนาดความยาวที่แท้จริงไปจนถึงมวลของดาวเคราะห์น้อย ซึ่งต่ำกว่าการคำนวณก่อนหน้านี้ถึง 35% นั่นคือลดลงจาก 4.64 ล้านล้านตัน เหลือเพียง 2.97 ล้านล้านตัน เมื่อนำไปคำนวนกับปริมาตรก็เท่ากับว่าความหนาแน่นของ ดาวเคราะห์น้อย “คลีโอพัตรา” น่าจะน้อยกว่าที่เคยประมาณการณ์กันเอาไว้พอสมควร ดังนั้นองค์ประกอบก็ไม่ควรจะเป็นเหล็กแบบที่เข้าใจกันแต่แรก แต่น่าจะเป็นหินที่มีรูพรุนมากกว่า

และที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือ ดาวเคราะห์น้อย “คลีโอพัตรา” หมุนรอบตัวเองเร็วมาก ความแปลกประหลาดมากมายตั้งแต่รูปร่างที่ไม่เหมือนใคร มีดวงจันทร์บริวารซึ่งเป็นเรื่องที่หาได้ยาก รวมทั้งสิ่งอื่นๆนา่จะทำให้ทีมงานของ ดร.แฟงค์ ถูกสเน่ห์ของพระนาง “คลีโอพัตรา” ดึงดูดเอาไว้อีกนาน

ทีมงานตีพิมพ์ผลงานครั้งนี้ลงในวารสาร  journal Astronomy & Astrophysics.

อ้างอิง https://www.historytoday.com/miscellanies/cleopatras-daughter