ห้องปฏิบัติการแห่งชาติลอว์เรนซ์ ลิเวอร์มอร์ (LLNL) ของสหรัฐฯ ใช้หอยิงเลเซอร์​ National Ignition Facility (NIF) ที่รัฐแคลิฟอร์เนีย สร้างพลาสมาที่มี​ความร้อนมหาศาลในปฏิกรณ์​ฟิวชั่น ทำลายสถิต​ิที่เคยทำไว้เมื่อไตรมาสแรกของปีนี้ ความร้อนนี้ใกล้ถึงขั้นจุดชนวนฟิวชั่นแบบยั่งยืน (Fusion Ignition) ​ได้สำเร็จ

หลักการของเตาปฎิกรณ์​ที่สมบู​ณ์ คือต้องให้พลังงานออกมามากกว่า​พลังงานที่ตัวเตาปฎิกรณ์​เองต้องใช้ไประหว่างทำงาน (เอาท์พุทต้องมากกว่า​อินพุท)​ แต่หลักการที่ฟังดูเหมือนง่ายนี้กลับทำให้ศูนย์ทดลองในประเทศต่างๆต้องทุ่มเททั้งเวลาและเงินทุนมากมายมาหลายปี แต่ก็ยังไม่ใกล้ความจริง

สาเหตุคือ การหลอมรวมกันของธาตุเบาเช่นไฮโดรเจนบนโลกเรานี้ ต้องอาศัยความร้อนสูงกว่าใจกลาง​ดวงอาทิตย์หลายเท่า แตกต่างจากตัวของดวงอาทิตย์เองที่บริเวณใจกลางมีความกดดันมหาศาล​เป็นแรงผลักสำคัญที่ทำให้อะตอมของธาตุไฮโดรเจน​เข้าใกล้ชิดกันจนเกิดการหลอมรวมขึ้นเองโดยไม่จำเป็นต้องใช้ความร้อนมากนัก

พลังงานความร้อนที่เราต้องสร้างขึ้นในเตาปฏิกรณ์​ฟิวชั่น​นี้เองคือต้นเหตุของปัญหา เพราะมันเป็นพลังงานขาเข้าหรืออินพุทที่มีอัตราส่วนมากเกินไปอยู่ในทุกการทดลองทั่วโลก​เวลานี้ เรายังคงต้องหาทางสร้างความร้อนด้วยวิธีต่างๆจนถึงจุดที่ปฏิกิริยา​ฟิวชั่น​จะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องยั่งยืนและปลดปล่อยพลังงานขาออกที่มากกว่าขาเข้าให้กับเรา แล้วเราจะเอาส่วนต่างนั้นไปปั่นเทอร์ไบน์ ผลิตไฟฟ้า​ออกมาให้ใช้งานกัน

วิธีการที่ห้องปฏิบัติการ LLNLใช้ในการทลองครั้งล่าสุด ที่ประกาศผลสำเร็จออกมาเมื่อวันที่ 8 สิงหาคมที่ผ่านมาก็คือการยิงแสงเลเซอร์จำนวน 192 ลำ จากระยะไกลเท่ากับความยาว 3 สนามฟุตบอลต่อกัน เข้าไปโฟกัสที่ก้อนเชื้อเพลิงดิวเทอเรียม+ทริเทียมขนาดเท่าลูกปืนบีบีกัน เพื่อสร้างจุดความร้อนที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางพอๆกับเส้นผมของมนุษย์ การรวมแสงเลเซอร์​ในการทดลองนี้สร้างพลังงานฟิวชันออกมามากกว่า 10 ล้านล้านวัตต์ หรือราวๆ 1.35 ล้านจูลในช่วงเวลาสั้นๆเพียงหนึ่งในร้อยล้านล้านของวินาที พอๆกับพลังงานจลน์​ของรถยนต์​ที่วิ่งด้วย​ความเร็ว​ 160 กิโลเมตร​ต่อ​ชั่วโมง

พลังงานที่ได้นี้สูงกว่าสถิติ​เดิมที่ทำไว้เมื่อไตรมาส​แรกของ​ปีนี้​ถึง 8 เท่า และเมื่อเอาไปคิดอัตรา​ส่วนกับพลังงานขาเข้าเพื่อสร้างแสงเลเซอร์​ก็จะได้ตัวเลขอยู่ที่ 70% ซึ่งแน่นอนว่ายังไม่เพียงพอ แต่ความสำเร็จครั้งนี้ก็ถือเป็นการก้าวกระโดดครั้งใหญ่ของวงการนิวเคลียร์ฟิวชันแบบ ICF หรือการควบคุมพลาสมาด้วยความเฉื่อย (Inertial Confinement Fusion ) และเป้าหมายต่อไปคือหาทางสร้างพลังวานออกมาให้ได้ถึง 1.9 ล้านจูล ซึ่งเป็นตัวเลขที่เตาปฎิกรณ์​ฟิวชั่นจะเริ่มให้พลังวานขาออกทากกว่าขาเข้า (เกิด Fusion Ignition​ ขึ้นแล้ว)​ และเมื่อถึงวันนั้น​โลกก็จะมีแหล่งพลังวานสะอาดและยั่งยืนเอาไว้ใช้งาน

อ้างอิง https://celebritynews.fuzzyskunk.com/nuclear-fusion-takes-step-towards-artificial-sun-as-clean-energy-source/