นักบรรพชีวินพบฟอสซิลด้วงโบราณ อายุนับย้อนหลังไปได้ถึง 49 ล้านปีที่นอกจากมีชิ้นส่วนของร่างกายใกล้ครบสมบูรณ์ (ลักษณะเหมือนถูกบี้ให้แบน) มันยังมีสีสันที่แสนสดใสเหมือนเพิ่งจะตายไปไม่กี่สิบชั่วโมงที่ผ่านมานี้เอง

ฟอสซิลด้วงโบราณตัวนี้มีชื่อเรียกว่า “Pulchritudo attenboroughi” มีความหมายว่า “ความงดงามของแอตเทนโบโรห์” เป็นการตั้งชื่อตามชื่อของ เซอร์ เดวิด เฟรเดอริก แอตเทนโบโรห์ พิธีกรรายการโทรทัศน์และนักนักธรรมชาติวิทยาที่มีชื่อเสียงชาวอังกฤษ

ปีกคู่หน้า หรือ Elytra ของด้วงนั้นเป็นส่วนหนึ่งของเปลือกนอกที่ทนทานที่สุดในอาณาจักรแมลงที่ได้ห่อหุ้มแมลงชนิดนี้เอาไว้ ยกตัวอย่างด้วงทะเลทรายชนิดหนึ่งในยุคปัจจุบันที่มีชื่อเรียกว่า Nosoderma diabolicum หรือ “ด้วงเหล็กปีศาจ” ที่ส่วนปีกคู่หน้า หรือ Elytra ของมันได้วิวัฒนาการจนเชื่อมต่อเข้ากับเปลือกนอกส่วนอื่นและเพิ่มความหนาจนสามารถรับแรงกดได้มากถึง 39,000 เท่าของน้ำหนักตัว (ขับรถทับไม่ตาย) แต่ความทนทานของเปลือกด้วงยังไม่ใช่เรื่องแปลกเท่ากับปริศนาของสีสันของฟอสซิลด้วงโบราณตัวนี้ ที่แม้เวลาผ่านไปถึง 49 ปี ก็ยังคงมีความชัดเจนสวยงาม สีเข้มอ่อนตัดกันชัดเจนถือเป็นเรื่องที่หายากเป็นอย่างยิ่ง

ภาพดิจิตอลที่สร้างขึ้นใหม่ของด้วง Pulchritudo attenboroughi (Image credit: Denver Museum of Nature and Science)

ทีมนักบรรพชีวินวิทยาจากพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติและวิทยาศาสตร์ (DMNS) ในโคโลราโด นำโดย Dr. Frank Thorsten Krell กล่าวว่าฟอสซิลด้วงตัวนี้ถูกพบในบริเวณที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นทะเลสาบอันมีพื้นที่กว้างใหญ่ครอบคลุมรัฐโคโลราโด ไวโอมิง และยูทาห์ และมีสภาพทางธรณีวิทยาที่เก่าแก่ย้อนกลับไปถึงยุคอีโอซีน (55.8 ล้านถึง 33.9 ล้านปีก่อน) 

“การที่ด้วงจะกลายเป็นฟอสซิลที่มีความสมบูรณ์มากขนาดนี้ มันต้องตายขณะที่จมลงสู่ก้นทะเลสาบที่ต้องมีลักษณะของตะกอนที่ละเอียดมาก” Dr. Frank กล่าว “ตัวด้วงจะต้องจมลงอย่างรวดเร็ว แล้วมันก็จะต้องไม่มีการเน่าเปื่อย นั่นหมายถึงมันต้องจมลงในสภาพแวดล้อมที่ขาดออกซิเจนที่ก้นทะเลสาบ”

ด้วงตัวนี้เป็นด้วงเขายาวในสกุล Cerambycidae ที่รูปร่างของมันคล้ายกับแมลงปีกแข็งที่มีเขายาวในทุกวันนี้ แต่ขาหลังของมันกลับสั้นและอ้วนผิดปกติ ถือเป็นสกุลใหม่ในวงศ์ย่อยที่ไม่พบในยุคปัจจุบันแล้ว

ทีมงานตีพิมพ์ผลงานวิจัยคร้งนี้ลงในวารสาร Live Science ฉบับวันที่ 6 สิงหาคม 64