ทีมนักวิทยาศาสตร์นำโดยศาสตราจารย์แมทธิว วูลเลอร์ นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยอลาสก้า เข้าตรวจสอบไอโซโทปที่เก็บรวบรวมจากงาของแมมมอธขนยาว ( Mammuthus primigenius ) ที่อาศัยอยู่ในเขตอลาสก้าเมื่อประมาณ 17,100 ปีก่อนในช่วงปลายยุคน้ำแข็งครั้งล่าสุด เพื่อให้เข้าใจวิถีชีวิต การหาอาหารและการเดินทางของมันตลอดช่วงอายุ 28 ปีของมัน

งาของช้างแมมมอธตัวนี้ ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ตั้งชื่อให้ว่าเจ้า “คิก” (Kik) ถูกค้นพบในทางตอนเหนือของเทือกเขาบรูกส์เรนจ์ (Brooks Range) ซึ่งตั้งอยู่ในรัฐอะแลสกาของสหรัฐฯ และเขตยูคอนของแคนาดา ตัวงามีขนาดความยาว 1.7 เมตร มีลักษณะเหมือนงาช้างแมมมอธทั่วไป คือเจริญเติบโดเหมือนวงปีของต้นไม้ โดยมันจะสร้างเนื้องาชั้นใหม่เคลือบทับชั้นเก่าทุกวัน เมื่อทีมงานใช้วิธีที่คิดค้นล่าสุดเข้ามาวิเคราะห์หาองค์ประกอบทางเคมีของไอโซโทปธาตุสตรอนเชียม (Sr) และไนโตรเจนที่พบสะสมอยู่ในแต่ละวงปีของงาช้าง ทีมงานก็จะทราบได้ว่าช้างแมมมอธตัวนี้ได้ผ่านสิ่งใดมาบ้างก่อนจะจบชีวิตในวัย 28 ปีของมัน ไม่ว่าจะเป็นการเดินทาง อาหาร แม้แต่โรคภัยที่มันเคยเป็น

อัตราส่วนไอโซโทปสตรอนเทียม ( 87 Sr/ 86 Sr) ในดินและพืชสะท้อนถึงธรณีวิทยาของพื้นหินซึ่งแตกต่างกันไปตามภูมิประเทศ ไอโซโทปเหล่านี้จะสะสมอยู่ในพืช เมื่อแมมมอธกินพืชเข้าไป มันก็จะไปสะสมในเนื้อเยื่อทั่วร่างกายโดยเฉพาะในเนื้องา และจะบ่งบอกการเดินทางของเจ้าของงาในแต่ละปีที่ผ่านไปว่าผ่านภูมิประเทศแบบไหนเป็นระยะทางรวมทั้งเวลาเท่าใด

ผลวิเคราะห์พบว่า เจ้าแมมมอธ “คิก” (Kik) นั้นใช้ชีวิต 16 ปี แรกร่วมกับฝูงของมัน ก่อนออกมาพเนจรตามลำพังตัวเดียวอีก 12 ปีในพื้นที่กว้างใหญ่ของดินแดนชั้นในแถบอลาสก้า และใช้เวลาช่วง 18 เดือนสุดท้ายของชีวิตหากินอยู่แถบเทือกเขาบรูกส์เรนจ์ รวมแล้วตลอดชีวิตของช้างแมมมอธตัวนี้ ออกเดินทางไกลเป็นระยะทางรวมแล้วถึง 70,000 กิโลเมตร

ไอโซโทปของไนโตรเจนที่ตรวจพบในงาของเจ้า “คิก” (Kik) นี้พุ่งสูงขึ้นในสุดท้ายของชีวิต เป็นสัญญาณบ่งบอกถึงความอดอยากของมัน เหมือนที่พบในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอื่น แต่สำหรับช้างแมมมอธที่มีร่างกายวิวัฒนาการมาเพื่ออยู่ในที่โล่งกว้างของทุ่งน้ำแข็งแล้ว ความอดอยากของมันหมายถึงภาวะโลกร้อนในช่วงปลายยุคน้ำแข็งที่เปลี่ยนภูมิประเทศของอลาสก้าจากทุ่งน้ำแข็งกลายเป็นป่าไม้และพื้นที่ชุ่มน้ำที่เต็มไปด้วยหล่มโคลน ทำให้แมมมอธปรับตัวไม่ทันและสูญพันธุ์ไปในที่สุด

ความตายของแมมมอธ “คิก” (Kik) ยืนยันแนวคิดที่ว่าช้างแมมมอธสูญพันธุ์เพราะการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศอย่างชัดเจน

ทีมงานตีพิมพ์ผลการค้นพบนี้ลงในวารสาร journal Science.