นายสเตฟาน บันเซล ซีอีโอของบริษัทโมเดอร์นา (Moderna) แถลงข่าวเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 5 สิงหาคมที่ผ่านมาว่า วัคซีน mRNA-1273 ของทางบริษัทยังคงมีประสิทธิผลในการป้องกันเชื้อโคโรนาไวรัสที่ระดับ 93% หลังจากที่ฉีดเข็มที่สองไปแล้ว 6 เดือน

เรียกว่าลดลงจาก 94% ที่รายงานในการทดลองทางคลินิกแค่ 1 % เท่านั้นแม้ผ่านเวลาไปครึ่งปี เหนือกว่าวัคซีน BNT162b2 ของบริษทคู่แข่งอย่างไฟเซอร์ ที่ประสิทธผลลดลงเหลือ 84% เท่านั้นเมื่อเวลาผ่านไป 6 เดือนเท่ากัน [ตามข่าวนี้]

อย่างไรก็ตามนายสเตฟาน ก็ได้เน้นย้ำเรื่องไวรัสโคโรนากลายพันธุ์สายพันธุ์เดลตา ซึ่งถือเป็นภัยคุกคามใหม่ที่ทุกผ่ายต้องใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่งต่อไป โดยทางบริษัทเชื่อว่าการฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 เป็นสิ่งจำเป็นก่อนที่จะถึงช่วงฤดูหนาวปีนี้ เพื่อให้รับมือสายพันธุ์เดลตาได้ทันท่วงที

วัคซีน mRNA-1273 ของโมเดอร์นา คือ 1 ใน 3 วัคซีนที่ผ่านการรับรองฉุกเฉินจากรัฐบาลสหรัฐฯ นอกเหนือจากวัคซีน BNT162b2 ของบริษัทไฟเซอร์-ไบโอเอ็นเทค รวมทั้งวัคซีน Ad26.COV2.S ของบรษัทจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน และขณะนี้ได้ผ่านการรับรองฉุกเฉินแล้วในมากกว่า 50 ประเทศทั่วโลก

ล่าสุดทางบริษัท โมเดอร์นากำลังพยายามยื่นขออุมัติให้ใช้วัคซีน mRNA-1273 แบบเต็มรูปแบบกับทางสำนักงานอาหารและยาของสหรัฐฯ หรือ FDA หลังจากคู่แข่งอย่างบริษัทไฟเซอร์-ไบโอเอ็นเทคได้ยื่นขออนุมัติผ่านไปแล้วก่อนหน้านี้ และวัตซีน BNT162b2 ของไฟเซอร์กำลังจะได้รับอนุญาตให้จำหน่ายได้โดยตรงกับโรงพยาบาลในประเทศต่างๆโดยไม่ต้องผ่านรัฐฯในเดือนกันยายน

อ้างอิง https://www.reuters.com/business/healthcare-pharmaceuticals/moderna-says-its-covid-19-shot-remains-93-effective-4-6-months-after-second-dose-2021-08-05/