เวลานี้ทั่วโลกกำลังพบกับไวรัส SAR-CoV-2 กลายพันธุ์ที่แพร่ระบาดได้ง่ายกว่าสายพันธุ์ออริจินัลที่พบในเมืองอู่ฮั่นมากกว่า 2 เท่า

สายพันธุ์อัลฟาหรือ B.1.1.7 ที่พบครั้งแรกในเมืองเคนท์ของอังกฤษว่าแพร่ระบาดได้ง่ายกว่าสายพันธุ์ดั้งเดิมแล้ว พอมาเจอสายพันธุ์เดลตาหรือ B.1.1.617.2 ที่พบครั้งแรกในอินเดียนี่ต้องยอมให้เลยว่าแพร่ระบาดได้ยิ่งกว่าแบบก้าวกระโดด

การอธิบายให้เห็นภาพได้ง่ายขึ้น เราจะใช้ค่าเฉลี่ยของความน่าจะเป็นที่คนหนึ่งจะแพร่กระจายออกไปได้อีกกี่คน เรียกว่า Reproductive number R0 หรือ R naught (อ่านว่า อาร์-ซีโร่ หรือ อาร์-นัท) ในการเปรียบเทียบให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

จากภาพด้านล่างจะเห็นว่าค่า R0 ของโรคโควิด-19 สายพันธุ์ดั้งเดิมที่พบครั้งแรกในอู่ฮั่นอยู่ที่ 2.4 ถึง 2.6 แต่สายพันธุ์เดลตาหรือ B.1.1.617.2 ที่กำลังระบาดไปทั่วโลกเวลานี้มีค่า R0 สูงกว่าเกิน 2 เท่าและสูงสุดได้ถึง 8 เลยทีเดียว

แม้ค่า R0 ของ สายพันธุ์เดลตายังต่ำกว่าโรคคางทูม (Mumps) ที่มี R0 เท่ากับ 12 และโรคหัดที่มี R0 เท่ากับ 18 ที่เป็น 2 โรคแอร์บอร์นที่เรารู้จักกันดีว่าติดต่อกันง่ายสุดๆ แต่อย่าลืมว่าการกลายพันธุ์ของไวรัสโรคโควิดยังไปไม่สุดทาง ยังสามารถกลายพันธุ์ต่อไปได้อีก และอาจเป็นไปได้ว่าจะไปถึงจุดทีมีค่า R0 แซงหน้าไวรัสโรคเก่าๆอย่างคางทูมหรือหัดในสักวันหนึ่งข้างหน้า

ภาพแสดง R0 ของโรคโควิดสายพันธุ์ต่างๆกับโรคงคางทูม (Mumps) และโรคหัด (Measle)

ดร.อาริส คัทซูราคิส ผู้ศึกษาวิวัฒนาการของไวรัสที่มหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ดพูดถึงไวรัสโรคโควิดว่า “ไวรัสตัวนี้ทำให้เราประหลาดใจมาก เพราะในเวลาเพียง 18 เดือนที่มันกลายพันธุ์ไปเรื่อยๆ ได้เกิดวิวัฒนาการ 2 เชื้อสายสำคัญขึ้นมา เริ่มจากอัลฟาไปถึงเดลตาที่แต่ละเชื้อสายสามารถแพร่เชื้อสูงสุดได้ถึง 50% ของสายพันธุ์ก่อนหน้า”

วิวัฒนาการที่ทำให้ไวรัสแพร่เชื้อได้ง่ายขึ้นมีหลายแบบ เช่น เพิ่มการยึดเกาะกับเซลล์ หรือเพิ่มความสามารถในการลอยตัวในอากาศได้นานขึ้น หรือ เพิ่มปริมาณที่เชื้อจะพุ่งออกมาจากร่างกายขณะผู้ป่วยไอหรือจาม เป็นต้น

นอกจากความสามารถในการแพร่เชื้อแล้ว ไวรัสยังอาจกลายพันธุ์จนสามารถหลบเลี่ยงกลไกตรวจจับของภูมิต้านทานในร่างกายของคนเราด้วย ซึ่งเกิดขึ้นกับสายพันธุ์อัลฟาไปแล้ว การกลายพันธุ์ในบางสายพันธุ์ยกตัวอย่างเช่นสายพันธุ์เบต้าก็ส่งผลให้ลดความสามารถในการแพร่ระบาดลงแม้จะเพิ่มความสามารถในการหลบเลี่ยงภูมิคุ้มกันได้ดีกว่าอัลฟา

ความน่ากลัวของสายพันธุ์เดลตาคือมันกลายพันธุ์ไปทั้งสองด้าน คือทั้งติดไวและหลบภูมิเก่ง

อย่างไรก็ตาม ก็มีความเห็นจากศาสตราจารย์เวนดี้ บาร์เคลย์ นักไวรัสวิทยาจากวิทยาลัยอิมพีเรียล ลอนดอนว่าเรายังมาได้แค่กึ่งกลางของวิวัฒนาการของไวรัสตัวนี้ ทำให้คากเดาได้ยากว่าอีกหนึ่งปีต่อจากนี้มันจะกลายพันธุ์ไปในทิศทางใดอีก

แต่ไม่มีสิ่งใดในโลกที่จะเป็นไปโดยไม่สิ้นสุด สุดท้ายแล้วโรคโควิดอาจจบลงแบบเดียวกับโรคเก่าๆที่เราคุ้นเคย อาจจบแบบโรคไข้หวัดใหญ่ที่มี R0 ที่ต่ำกว่ามากแทบจะไม่สูงกว่า 1 แต่กลายพันธุ์เป็นรายปี หรือโรคหัดที่แม้มี R0 สูงมากแต่จะทิ้งภูมิคุ้มกันให้เราไว้ชั่วชีวิต หรืออาจมีวิธีสิ้นสุดที่แตกต่างออกไป ก็คงต้องคอยดูกัน

ที่สำคัญคือการฉีดวัคซีนที่ยิ่งเร็วและครอบคลุม การกลายพันธุ์ก็ไวรัสก็จะถูกจำกัดไว้ยิ่งขึ้น

ที่มา https://www.bbc.com/news/health-57431420

เครดิตภาพ aa.com.tr และ Imperial College , Lancet