หลังเลื่อนส่งจาก 20:00 เล็กน้อยจากสภาพอากาศ ในที่สุด เมื่อเวลา 21.40 น. ของวันที่อาทิตย์ที่ 11 กรกฎาคมที่ผ่านมา ตามเวลาในประเทศไทย ยาน VSS Unity เที่ยวบินที่ 22 ของบริษัท Virgin Galactic ก็ได้นำมหาเศษฐีชาวอังกฤษ เซอร์ ริชาร์ด แบรนสัน วัย 70 ปี พร้อมด้วยพนักงานระดับบริหาร 3 รายคือ เบท มอสเซส, คอลิน เบนเน็ต ซิริชา แบนด์ลา รวมทั้ง 2 นักบิน เดฟ แม็กเคย์ และ ไมค์ มาซุกชี ออกเดินทางจากสนามบิน “สเปซพอร์ท อเมริกา” ในนิวเม็กซิโก มุ่งไปแตะขอบอวกาศเพื่อสัมผัสสภาพแรงโน้มถ่วงต่ำ ก่อนกลับลงมาร่อนลงจอดบนรันเวย์ของสนามบินเดิมอย่างปลอดภัย เป็นการเปิดประหวัติศาสตร์หน้าใหม่ของยุคแห่งการท่องเที่ยวอากาศเชิงพานิชย์อย่างเต็มตัว

ต่อจากนี้ทุกสายตาต่างจับไปที่คู่แข่ง นั่นคือ เจฟฟ์ เบโซส์ ผู้ก่อตั้งบริษัท Blue Origin ที่มีกำหนดจะบินไปสู่ขอบอวกาศด้วยยาน New Shepard ของบริษัทเขาเองในวันที่ 20 กรกฎาคม ซึ่งเป็นวันครบรอบ 52 ปีของการลงจอดบนดวงจันทร์ของ Apollo 11 

แน่นอนว่า เจฟฟ์ เบโซส์ ไม่ได้บินคนเดียว รอบนี้เขาจะเดินทางไปกับมาร์ก เบโซส์ ผู้เป็นน้องชาย, วอลลี ฟังก์ นักบินหญิงยุคบุกเบิก และบุคคลปริศนาอีกหนึ่งรายที่ได้ประมูลซื้อที่นั่งในเที่ยวบินนี้ไปเป็นเงิน 28 ล้านเหรียญ

ยาน New Shepard เป็นยานที่ออกเดินทางในแนวตั้งมุ่งไปที่ระดับ suborbital  ที่ความสูง 100 กิโลเมตรจากระดับน้ำทะเล ซึ่งเป็นระดับที่อยู่สูงกว่าระดับที่ยาน VSS Unity ของ Virgin Galactic ทำได้ ถือเป็นจุดเด่นที่ทาง เจฟฟ์ เบโซส์ ใช้เกทับคู่แข่ง ดังนั้นขอเพียงแต่วันที่ 20 กรกฎาคม ที่จะถึงนี้ ยาน New Shepard สามารถออกเดินทางตามกำหนดและการ่มลงจอดอย่างปลอดภัย ศึกการแข่งขันในตลาดท่องเที่ยวอวกาศก็จะสูสีกันกับ Virgin Galactic ที่ได้เปรียบเรื่องออกเดินทางไปก่อนทันที

UBS ซึ่งเป็นธนาคารรายใหญ่ของสวิตเซอร์แลนด์ประเมินว่า การท่องเที่ยวอวกาศจะเพิ่มมูลค่าให้ตลาดท่องเที่ยวได้ถึงปีละ 3 พันล้านดอลลาร์ภายในปี 2030