บุคลากรทางการแพทย์และนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกกำลังจับตาดูโคโรนาไวรัสโควิดสายพันธุ์ใหม่ที่มีชื่อว่า C.37 “แลมบ์ดา” (Lambda) สายพันธุ์นี้พบครั้งแรกในเปรูและเวลานี้กำลังแพร่ระบาดจนเป็นสายพันธุ์ที่โดดเด่นในทวีปอเมริกาใต้

มีการตรวจพบสายพันธุ์แลมบ์ดาครั้งแรกที่ประเทศเปรูเมื่อเดือนสิงหาคมของปีก่อน โดยพบผู้ติดเชื้อสายพันธุ์นี้สูงถึง 81% ของผู้ป่วยโควิดในเปรู และพบมากถึง 1 ใน 3 ของผู้ป่วยโควิดในประเทศชิลี รวมทั้งพบผู้ติดเชื้อเกือบร้อยรายในประเทศเม็กซิโกและอาร์เจนตินา และล่าสุดเมื่อปลายเดือนมิถุนายน พบผู้ติดเชื้อสายพันธุ์นี้ที่สหรัฐฯ กว่า 600 ราย และที่สหราชอาณาจักรอีก 7 ราย 

มีการกลายพันธุ์ถึง 7 จุดบนโปรตีนที่เป็นส่วนหนามของไวรัสสายพันธุ์ C.37 “แลมบ์ดา” คือ Δ246-252, G75V, T76I, L452Q, F490S, D614G, และ T859N และมีการหดหายไปของยีน  ORF1a ที่ตำแหน่ง Δ3675-3677

จุดที่น่าสนใจคือการกลายพันธุ์ในตำแหน่ง F490S และ L452Q ที่โปรตีนส่วนหนามไวรัสสายพันธุ์ “แลมบ์ดา” อาจส่งผลให้บีเซลในภูมิคุ้มกันหลังการฉีดวัคซีนแล้วจดจำไวรัสนี้ไม่ได้ นั่นหมายถึงการกลายพันธุ์ที่ส่งผลให้วัคซีนมีประสิทธิผลต่ำลง แต่ข้อสังเกตนี้ยังไม่เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย ล่าสุดสำนักงานสาธารณสุขอังกฤษ (PHE) แถลงยืนยันว่า ‘ปัจจุบันยังคงไม่มีหลักฐานที่บ่งชี้ได้แน่ชัดว่า ไวรัสสายพันธุ์ ” แลมบ์ดา” ทำให้วัคซีนที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันมีประสิทธิภาพลดลง หรือทำให้มีอาการของโรครุนแรงขึ้น’

สวนทางกับงานวิจัยที่ทำโดยทีมนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยนิวยอร์กของสหรัฐฯ ที่ระบุว่าสายพันธุ์นี้มีความสามารถในการต้านทานแอนติบอดีจากวัคซีนสูงกว่าไวรัส SARS-CoV-2 แบบออริจินัลถึง 3.3 เท่า แต่ก็ยังถือว่าอยู่ในเกณพ์ที่วัคซีนโดยเฉพาะที่ผลิตจากเทคนิค mRNA จะรับมือได้

Neutralization of variant spike protein pseudotyped viruses by convalescent sera, vaccine-elicited antibodies, monoclonal antibodies and soluble ACE2. (A) Neutralization of lambda variant spike protein viruses pseudotyped virus by convalescent serum (n=8). Dots represent the IC50 of single donors. (B) Neutralizing titers of serum samples from BNT162b2 vaccinated individuals (n=15). Each dot represents the IC50 for a single donor. (C) Neutralizing titers of serum samples from mRNA-1273 vaccinated donors (n=6). The neutralization IC50 from individual donors is shown. Significance is based on the two172 sided test. (**P≤0.05, ***P≤0.001, ****P≤0.0001). (D) Neutralization of beta (B.1.351) and lambda variant spike protein variants by REGN10933 and REGN10987 monoclonal antibodies. Neutralization of D614G and lambda variant pseudotyped viruses by REGN10933 (left), REGN10987 (middle), and 1:1 ratio of REGN10933 and REGN10987 (right). The IC50s of REGN10933, REGN10987 and the cocktail is shown in the table. (E) Neutralization of individual mutated spikes by REGN10933 (left), REGN10987 (middle), and cocktail (right). The table shows the IC50 of REGN10933, REGN10987 and the cocktail. (F) Neutralization of lambda variant spike protein variants by soluble sACE2. Viruses pseudotyped with variant spike proteins were incubated with a serially diluted recombinant sACE2 and then applied to ACE2.293T cells. Each plot represents the percent infectivity of D614G and other mutated spike pseudotyped virus. The diagram shows the IC50 for each curve.

อ้างอิง https://www.news-medical.net/news/20210705/Study-says-mRNA-COVID-vaccines-are-effective-against-Lambda-variant.aspx

เครดิตภาพ https://www.news-medical.net/news/20210707/SARS-CoV-2-Lambda-variant-spreading-rapidly-in-South-America-report-reveals.aspx