ข่าวการพบโมเลกุลของ “ฟอสฟีน” สัญญาณแห่งชีวิตในชั้นบรรยากาศของดาวศุกร์เมื่อเดือนกันยายน 63 ทำเอานักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกพากันตื่นเต้นว่าอาจจะมีรูปแบบชีวิตบางชนิดสามารถอยู่รอดในชั้นเมฆของดาวเคราะห์ฝาแฝดโลกดวงนี้ได้ แต่ผลวิจัยล่าสุดที่ลงตีพิมพ์เผยแพร่ใน วารสาร Nature Astronomy กลับได้ผลสวนทางอย่างสิ้นเชิง เมื่อพบว่าชั้นเมฆบนดาวศุกร์นั้นมีน้ำเป็นองค์ประกอบน้อยมาก น้อยจนกระทั่งสิ่งมีชีวิตจำพวกอิกซ์ตรีโมไฟล์ (extremophile) ที่แสนทนทรหดก็ไม่อาจอยู่รอดได้

ทีมงานวิจัยที่นำโดยศาสตราจารย์ คริสโตเฟอร์ แมคเคย์ นักวิทยาศาสตร์ดาวเคราะห์จากนแผนกวิทยาศาสตร์อวกาศของศูนย์วิจัยอาเมส องค์การ NASA ได้ใช้ตัวเลขของค่า Water activity ซึ่งเป็นค่าของความชื้นสัมพัทธ์ในบรรยากาศของดาวเคราะห์ มีค่าจาก 0 ถึง 1 เป็นเกณท์ในการทำงานครั้งนี้ ทีมงานอธิบายว่ารูปแบบชีวิตปกติทั่วไปบนโลกเรานั้น ต้องการน้ำอย่างน้อย 0.585 ตามค่า Water activity ในการอยู่รอดไปจนถึงขั้นตอนดำรงเผาพันธุ์ออกลูกออกหลาน

ค่า Water activity ของบรรยากาศดาวอังคารอยู่ที่ 0.537 ซึ่งถือว่าต่ำกว่าค่าที่สิ่งมีชีวิตทั่วไปที่เกิดบนโลกเราจะไปอาศัยอยู่ได้ แต่สำหรับรูปแบบชีวิตบางชนิดนั่นคืออิกซ์ตรีโมไฟล์ (extremophile) เช่นตัวทาร์ดิเกรด (Tardigrade) หรือ “หมีน้ำ“ก็อาจอยู่รอดได้ในระดับ Water activity นั้น แตสำหรับดาวศุกร์แล้ว ค่า Water activity ที่ทางทีมงานของ ศาสตราจารย์ คริสโตเฟอร์ แมคเคย์ วัดออกมาได้นั้นน้อยจนน่าตกใจ นั่นคือมีค่าเพียง 0.004 เท่านั้น ต่ำกว่าค่าต่ำสุดที่ชีวิตบนโลกต้องการเป็นร้อยเท่า

ดาวเคราะห์ก๊าซยักษ์ที่ไม่มีผิวดาวอย่างดาวพฤหัสกลับมีค่า Water activity ที่น่าสนใจกว่า นั่นคือวัดค่าได้สูงกว่า 0.585  ที่เป็นขีดจำกัดต่ำสุดสำหรับชีวิตทั่วไปบนโลก แถมชั้นเมฆบนดาวพฤหัสที่ระดับความสูงที่ทีมงานหมายตาไว้ยังมีอุณหภูมิเหมาะสมกับการก่อตัวของชีวิตนั่นคือ 10°C-40°C สภาพแวดล้อมแบบนี้หากมีสิ่งมีชีวิตประเภทจุลินทรีลอยล่องเติบโตในชั้นบรรยากาศดาวพฤหัสก็ดูจะมีโอกาสเป็นไปได้มากกว่าดาวศุกร์เป็นอย่างมาก

จากตัวเลขเหล่านี้ทำให้เราอาจต้องมองข้ามดาวเคราะห์ที่ใกล้โลกที่สุดอย่างดาวศุกร์ไปหากคิดจะสำรวจหาชีวิตต่างพิภพ

ที่มา http://www.sci-news.com/space/dry-clouds-venus-09809.html