มากกว่า 70% ของพื้นผิวโลกปกคลุมด้วยน้ำ ซึ่งก็คือมหาสมุทร​ทั้ง 5 แห่งอันประกอบด้วยมหาสมุทร​แปซิฟิก​ มหาสมุทร​แอตแลนติก​ มหาสมุทร​อินเดีย​ มหาสมุทรแอนตาร์กติก และมหาสมุทร​อาร์กติก พื้นท้องมหาสมุทรเหล่านี้คือเป้าหมาย​ที่กลุ่มนักวิจัยนานาชาติมีความพยายามมาช้านานที่จะทำแผนทึ่ให้ได้ครบทุกตารางนี้ว

ล่าสุดโครงการ Seabed 2030 ที่มีเป้าหมายที่จะทำแผนที่ 100% ของพื้นมหาสมุทรทั่วโลกภายในปี พ.ศ.2573 ได้ประกาศ​ความสำ​เร็จ​ล่าสุดเมื้อวันที่ 21 มิถุนายนที่ผ่านมา​ซึ่งเป็นวันอุทกศาสตร์โลกว่าสามารถทำแผนที่พื้นท้องมหาสมุทรได้แล้ว 20.6% เพิ่มขึ้นจาก 19% เมื่อปีที่แล้ว พื้นที่ๆเพิ่มมา 1.6% นั้นมีขนาดประมาณ​ครึ่งหนึ่ง​ของสหรัฐอเมริกา​ และหากไม่ติดขัดจากการระบาดของโรค​โควิด​-19 ก็อาจก้าวหน้า​ไปได้เร็วกว่านี้

ข้อมูล​ของโครงการ Seabed 2030 เป็นข้อมูลที่รวบรวมจากเรือสำรวจ​ทางวิทยาศาสตร์​ทั่วโลก รวมไปถึงข้อมูล​ของจุดที่ลึกที่สุดของมหาสมุทร​ที่สำรวจเอาไว้โดยวิคเตอร์ เวสโคโว นักธุรกิจมหาเศรษฐีพันล้านจากรัฐเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา ตามข่าวที่เว็บของเราเคยเสนอไว้

วัตถุประสงค์​ในการทำแผนที่พื้นท้องมหาสมุทรให้ครบคือการสร้างความรู้ที่จำเป็นต้องมีเกี่ยวกับ​ดาวเคราะห์​ที่เราอาศัยอยู่​ แผนที่เหล่านี้จะเปิดเผยรูปแบบที่ไม่เคยรู้จักมาก่อนของกระแสน้ำในมหาสมุทรลึก ซึ่งได้รับอิทธิพลจากการแปรผันของภูมิประเทศพื้นทะเล ข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับกระแสน้ำสามารถช่วยปรับปรุงแบบจำลองการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลกเราให้ถูกต้อง​แม่นยำ เหตุเพราะมหาสมุทรนั้นคือตัวหลักที่มีบทบาทสำคัญในการเคลื่อนตัวของความร้อนรอบโลก นอกจากนี้การมีแผนที่พื้นท้องสมุทรที่ครอบคลุม​ยังช่วยให้เรือเดินสมุทรต่างๆสามารถปรับเส้นทางใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และยังสามารถช่วยในความพยายามต่างๆ เช่น การวางสายเคเบิลใต้ทะเล สามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ​ประหยัดต้นทุน