ดาวศุกร์คือดาวดวงสำคัญที่สุดดวงหนึ่งบนฟากฟ้ายามค่ำคืน เป็นดาวเคราะห์ที่สว่างที่สุดที่มองเห็นด้วยตาเปล่า ด้วยระยะทางที่ใกล้โลกกว่าดาวเคราะห์ดวงอื่น อีกทั้งยังมีชื่อไทยถึง 2 ชื่อ คือ “ดาวรุ่ง” และ “ดาวประจำเมือง”

แต่ในความเป็นจริงแล้ว พื้นผิวดาวศุกร์มีอุณหภูมิสูงถึง 470°C เรียกได้ว่าร้อนจนตะกั่วละลาย อีกทั้งบรรยากาศ​ยังเต็มไปด้วยแก๊สพิษจำพวกกำมะถัน และมีความกดดันสูงไม่ต่างจากก้นสมุทรบนโลกเรา

NASA ได้ส่งยานอวกาศ ไปสำรวจดาวศุกร์หลายครั้งในอดีต ยานลำสุดท้ายก็คือ แมกเจนแลนด์ ไปโคจรรอบดาวศุกร์เป็นครั้งสุดท้ายในเดือนตุลาคมปี 2533 หลังจากนั้นก็ไม่มียานสำรวจดาวศุกร์เดินทางไปอีกเลย ยกเว้นยานในภารกิจอื่นที่ “บินผ่าน” ดาวศุกร์เป็นครั้งคราว เช่นกาลิเลโอ แคสสินี และเมสเซนเจอร์ การสำรวจดาวศุกร์กลายเป็นเป้าหมายขององค์การอวกาศยุโรปและองค์การอวกาศญี่ปุ่นหลังจากที่ NASA หยุดเดินทางไป นั่นคือยานวีนัสเอ็กเพรส และ อะคาซูกิ ตามลำดับ

ล่าสุดดาวศุกร์กลับมาสู่ความสนใจของ NASA อีกครั้ง โดย Bill Nelson ในตำแหน่งผู้อำนวยการได้ประกาศข่าวเมื่อวันพุธที่ผ่านมาในงานแถลงข่าว”State of NASA” ว่า ทาง NASA มีแผนส่งยานอวกาศ 2 ลำกลับไปสำรวจดาวศุกร์อีกครั้ง ทั้งคู่เป็นยานในโครงการสำรวจสุริยะทุนต่ำ Discovery Program ในชื่อเรียกว่า ยาน “ดาวินชี+” DAVINCI+ และ “เวรีทัส” VERITAS โดยมีจุดมุ่งหมายหลักคือหาคำตอบว่า ทำไมดาวศุกร์ถึงกลายสภาพเป็น “ดาวนรก” ที่ร้อนที่สุดในระบบสุริยะแบบทุกวันนี้ได้

ยาน “ดาวินชี+” มีกำหนดจะออกเดินทางจากโลกปี 2572 โดยยานจะโคจรรอบดาวศุกร์​จำนวน 2 รอบ เพื่อถ่ายภาพบริเวณต่างของผิวดาว จากนั้นจะปล่อยหุ่นยนต์ขนาดเล็กฝ่าชั้นบรยากาศลงไปเพื่อตรวจวัดค่าขององค์ประกอบทางเคมีอีกครั้ง

ส่วนยาน “เวรีทัส” VERITAS​ จะออกเดินทางก่อนหน้านั้น 1 ปี เพื่อไปโคจรทำแผนที่ดาวศุกร์​แบบเดียวกับที่ยานแมกเจนแลนเคยทำในอดีตแต่ด้วยกล้องที่มีประสิทธิภาพ​สูงกว่า และจะศึกษาเรื่องการเคลื่อนตัวของเปลือกดาวศุกร์ ​และดูลักษณะของภูเขาไฟต่างๆด้วย

ยานทั้งสองลำจะนำทางไปสู่คำตอบว่าในสมัยอดีต ดาวศุกร์​เคยมีช่วงที่มีสภาพอบอุ่นพอยู่​อาศัยได้หรือไม่ก่อนจะมีสภาพไม่ต่างจากนรกในทุกวันนี้ และยังจะเป็นรูบแบบสำหรับเปรียบเทียบกับ​ดาวเคราะห์​นอกระบบสุริยะ​ที่ค้นพบใหม่ๆด้วยว่าแม้จะอยู่ห่างจากดาวฤกษ์ในระยะห่างปานกลาง (Goldilocks)​ แต่ก็อาจมีอุณหภูมิ​สูงจนไม่เหมาะสมกับการอยู่รอด​ของสิ่งมีชีวิต​ก็เป็นได้