ยานโรเวอร์​ Curiosity เริ่มสังเกตการก่อตัวของเมฆที่เกิดจากเกล็ดน้ำแข็ง​คาร์บอนไดออกไซด์​บนดาวอังคาร​ ตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา​ปีนี้

ดาวอังคารมักจะมีเมฆก่อตัวขึ้นมาบริเวณเส้นศูนย์สูตรช่วงฤดูหนาวของแต่ละปี แต่เมื่อปีที่แล้ว* เมฆบริเวณเส้นศูนย์สูตรก่อตัวเร็วขึ้นกว่าปกติเล็กน้อย เมื่อมาถึงปีนี้ทาง NASA​ อยากจะสังเกตการก่อตัวของเมฆเหล่านี้เพิ่มเติม จึงได้สั่งให้ Curiosity เริ่มทำการบันทึกภาพตั้งแต่วันแรกของมกราคมเลยทีเดียว

ผลลัพธ์ที่ได้คือภาพของเมฆก้อนเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยผลึกน้ำแข็งสะท้อนกระจายแสงจากดวงอาทิตย์ที่กำลังตกดิน บางส่วนมีแสงระยิบระยับเต็มไปด้วยสีสัน

เมฆบนอังคารส่วนใหญ่ลอยสูงจากพื้นไม่เกิน 60 กิโลเมตร​ และประกอบด้วยหยดน้ำหรือผลึกน้ำแข็ง​ขนาดเล็ก​คล้ายเมฆบนโลกเรา แต่เมฆที่ Curiosity ถ่ายภาพได้ในปีนี้นั้นอยู่ที่ระดับความสูงที่สูงกว่าปกติ ซึ่งเป็นบริเวณที่มีอุณหภูมิต่ำมาก บ่งชี้ว่าเมฆพวกที่เกิดก่อนถึงฤดูหนาวนี้น่าจะเกิดจากเกล็ด​น้ำแข็ง​คาร์บอนไดออกไซด์ไม่ใช่เกล็ดน้ำแข็งจากน้ำธรรมดา

เมื่อมองดูเมฆที่ก่อตัวขึ้นปีนี้หลังพระอาทิตย์ตกดินผลึกน้ำแข็งของเมฆจะจับแสงที่เริ่มอ่อนจาง ส่งผลให้ดูคล้ายจะเรืองแสงได้เมื่อเทียบกับท้องฟ้าที่เริ่มมืดลง​ การเรืองแสงของเมฆนี้เมื่อเทียบกับเวลาจะทำให้นักวิทยาศาสตร์รู้ได้ถึงมุมของดวงอาทิตย์ที่คอยเคลื่อนต่ำลงและสามารถคำนวณความสูงของเมฆได้

“ ถ้าคุณเห็นก้อนเมฆที่มีชุดสีพาสเทลระยิบระยับอยู่นั่นเป็นเพราะอนุภาคของเมฆมีขนาดเกือบเท่ากันหมด” ดร. มาร์คเลมมอนนักวิทยาศาสตร์ด้านบรรยากาศจากสถาบันวิทยาศาสตร์อวกาศกล่าว

“ โดยปกติลักษณะ​แบบ​นี้​จะเกิดขึ้นหลังจากที่เมฆก่อตัวและเติบโตขึ้นในอัตราเดียวกัน”​

“ เมฆเหล่านี้เป็นหนึ่งในสิ่งที่มีสีสันมากขึ้นบนดาวเคราะห์สีแดง”

“ ถ้าคุณยืนมองท้องฟ้าอยู่​ข้างๆ Curiosity คุณก็จะสามารถมองเห็นสีของเมฆพวกนี้ได้ด้วยตาเปล่า”

“ทีมงานประหลาดใจกับสีเมฆที่ปรากฏให้เห็น: ทั้งสีแดง สีเขียว สีฟ้าและสีม่วง”

“ มันเจ๋งมากที่ได้เห็นบางสิ่งบางอย่างที่ส่องแสงด้วยสีสันมากมายบนดาวอังคารที่ดูเป็นดาวที่มีสีโทนเดียวแบบนั้น”

* 1 ปีของดาวอังคารเท่ากับ 2 ปีบนโลก

ที่มา​และ​เครดิต​ภาพ​ https://c3zoevrcxioo35et6tln6w6haq-ac5fdsxevxq4s5y-www-sci-news-com.translate.goog/space/curiosity-carbon-dioxide-ice-clouds-martian-skies-09708.html