เมื่อพูดถึงก๊าซเรือนกระจก เรามักนึงถึงคาร์บอนไดออกไซด์ แต่อีกหนึ่งตัวการสำคัญคือก๊าซมีเทน (Methane) และจากการศึกษาล่าสุด ปฏิกริยาเคมีในชั้นบรรยากาศหลังเกิดฟ้าผ่า สามารถสลายก๊าซมีเทนเหล่านี้ได้

ก๊าซมีเทน เป็นก๊าซเรือนกระจกที่ถูกปลดปล่อยสู่ชั้นบรรยากาศโลกมากเป็นลำดับที่ 2 (ร้อยละ 16) รองจากคาร์บอนไดออกไซด์ มีเทนเป็นก๊าซในธรรมชาติที่เกิดจากย่อยสลายของเสียต่างๆ แต่มีเทนร้อยละ 60 ในชั้นบรรยากาศเกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ เช่น การกำจัดขยะด้วยวิธีการฝังกลบ การเผาไม้เชื้อเพลิง ในการทำเกษตรกรรม โดยเฉพาะฟาร์มปศุสัตว์ทั้งหลาย

มีเทนสามารถคงอยู่ในชั้นบรรยากาศโลกได้ราว 12 ปี ซึ่งถือว่ามีอายุสั้นที่สุดในบรรดากลุ่มก๊าซเรือนกระจกทั้งหมด แต่มีเทนมีคุณสมบัติในการกักเก็บความร้อนได้ดีกว่าคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 84 เท่า!!

ล่าสุดทีมนักวิทยาศาสตร์ นำโดย William H. Brune ศาสตราจารย์ด้านอุตุนิยมวิทยาจาก Penn State พบว่าฟ้าผ่าทั้งชนิดที่มองเห็นได้และฟ้าแลบหรือฟ้าผ่าระหว่างก้อนเมฆที่เรามองไม่เห็นจากพื้นดิน จะปลดปล่อยอนุมูลไฮดรอกซิล (OH) และ ไฮโดรเพอรอกซิล (HO₂ ) ออกมาเป็นจำนวนมาก และสารที่เกิดขึ้นนี้จะไปทำลายมีเทนในชั้นบรรยากาศโลกอย่างรวดเร็ว นั่นคือการลดก๊าซเรือนกระจกด้วยตัวของธรรมชาติเอง

ทีมงานใช้ข้อมูลที่ได้จากเครื่องบินสังเกตการณ์ที่บินในช่วงเกิดพายุฝนฟ้าคะนองในรัฐโคโลราโดและโอกลาโฮมาตั้งแต่ช่วงปี 2555 เพื่อนำมาวิเคราะห์ดูการเปลี่ยนแปลงทางเคมีที่เกิดขึ้น และด้วยปริมาณของอนุมูลไฮดรอกซิล (OH) และ ไฮโดรเพอรอกซิล (HO₂ ) ที่พบมีปริมาณค่อนข้างมากจนทีมงานคิดว่าเป็นความผิดพลาดของเครื่องมือวัด แต่เมื่อสอบทานจนมั่นใจจึงได้ทราบข้อเท็จจริงที่ธรรมชาติสร้างขึ้นนี้ โดยทีมงานพบว่าฟ้าผ่าทุกชนิดไม่ว่าจะเป็นแบบผ่าลงพื้นหรือแบบที่ผ่าโดยเราสังเกตไม่เห็นคือผ่าระหว่างเมฆ ก็ล้วนแล้วแต่สามารถสร้างโมเลกุลของสารที่จะมาทำลายมีเทนได้ทั้งสิ้น

ทีมงานตีพิมพ์ผลการค้นพบเผยแพร่ลงในวารสาร Science First Release and the Journal of Geophysical Research — Atmospheres ฉบับวันที่ 29 เมษายน 64 ที่ผ่านมา

เครดิตภาพ Credit: © JSirlin / stock.adobe.com

ที่มา https://www.sciencedaily.com/releases/2021/04/210429141949.htm