เราได้ยินคำว่า “ภูมิคุ้มกันหมู่” กันบ่อยขึ้นในระหว่างที่กำลังมีการระดมฉีดวัคซีนโควิด-19 ทั่วโลก ความหมายของคำนี้คืออะไร และมันสามารถเกิดขึ้นได้จริงกับไวรัส SAR-CoV-2 ต้นเหตุโรคนี้หรือไม่

คำว่า ภูมิคุ้มกันหมู่ นั่นมาจาก: herd immunity หรือ population immunity หรือ social immunity อธิบายง่ายๆคือพื้นที่ที่จำนวนประชากรในนั้นมีภูมิคุ้มกัน (สีเทาในภาพล่าง) ต่อไวรัส (ไม่ว่าจะเกิดขึ้นจากวัคซีนหรือเกิดตามธรรมชาติหลังเป็นโรคแล้วหายป่วย ) มากถึงค่าๆหนึ่ง อาจจะเป็นจำนวน 70% ของประชากรทั้งหมดหรือมากกว่า ก่อให้เกิด “กำแพง” ที่จะหยุดไม่ให้เกิดการติดเชื้อจากผู้เป็นพาหะ (สีแดงในภาพล่าง) ไปสู่คนปกติที่ไร้ภูมิคุ้มกัน (สีฟ้าในภาพล่าง)

และเมื่อเกิดภูมิคุ้มกันหมู่ขึ้น การระบาดจะค่อยๆลดลงจนหมดไปในที่สุด

แต่สำหรับโรคโควิด-19 นั้น มีหลายแนวคิดว่าจะเกิดภูมิคุ้มกันหมู่ขึ้นได้จริงๆหรือไม่ ขณะที่อิสราเอลซึ่งเป็นประเทศแรกๆที่ฉีดวัคซีนให้ประชากรได้เป็นจำนวนมากที่สุดถูกใช้เป็นกรณีศึกษาให้ประเทศอื่นๆที่กำลังเร่งฉีดวัคซีนให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ตามหลังมา ก็มีความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญในบางประเทศ ที่น่าสนใจ ยกตัวอย่างเช่นความเห็นของโอ เมียง-ด็อง ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อของเกาหลีใต้ ในฐานะประธานคณะกรรมการคลินิกกลาง เพื่อควบคุมโรคอุบัติใหม่ ที่ว่า “…..ขณะนี้ ไม่มีวัคซีนใดที่มีประสิทธิภาพมากกว่า 95 % ในการป้องกันการแพร่กระจายไวรัสไปผู้อื่น แม้แต่วัคซีนไฟเซอร์ได้รับการทดสอบแล้วว่า มีประสิทธิภาพสูงถึง 95% ในการป้องกันโควิด -19 แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า จะหยุดการแพร่กระจายของไวรัสนี้ได้”

โอ เมียง-ด็อง ระบุและกล่าวเสริมว่า ผู้ที่เสี่ยงติดเชื้อโควิด-19 ยังคงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ แม้มีภูมิคุ้มกันโรคแล้วก็ตาม ขณะเดียวกัน ยังไม่มีความชัดเจนว่า การฉีดวัคซีนโควิด-19 ที่ทำกันอยู่ตอนนี้ จะสามารถป้องกันเชื้อไวรัสได้นานเท่าไร แบบที่ไม่ต้องพูดถึงไวรัสชนิดกลายพันธุ์”

อ้างอิง https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/935900

เครดิตภาพประกอบบทความ shutterstock และ DW Akademie