หมาป่าสีเทา ( Canis lupus ) หรือหมาป่ายูคอน หรือหมาป่าอลาสก้า ที่พบในแถบยูคอนของประเทศแคนาดาทุกวันนี้ รอดชีวิตจากการสูญพันธุ์เมื่อสิ้นสุดยุคน้ำแข็งครั้งสุดท้ายโดยปรับเปลี่ยนอาหารที่เคยล่ามาในช่วงหลายพันปี จากสัตว์จำพวกม้าโบราณ มาเป็นกวางเรนเดียร์ และ กวางมูส

หมาป่าสีเทาเป็นสายพันธุ์ที่ปรับตัวได้ดีมากและเป็นหนึ่งในสายพันธุ์สัตว์ที่รอดชีวิตจากยุคน้ำแข็งครั้งสุดท้าย ลักษณะทางกายภาพของหมาป่าสีเทาทำให้มันสามารถปรับตัวเข้ากับสภาวะอันโหดร้ายของยุคน้ำแข็งได้อย่างรวดเร็วและไหวพริบและการปรับตัวของมันช่วยให้สามารถอยู่รอดได้ในสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป พวกมันเป็นสัตว์สังคม โดยจะอาศัยและล่าสัตว์เป็นฝูง ในแต่ละฝูงมักจะมีสมาชิก 6 ถึง 10 ตัว และจะออกล่าโดยการติดตามกลิ่นของเหยื่อเป็นระยะทางไกลนับ 10 กิโลเมตร

หมาป่าสีเทาเป็นสัตว์สังคม มีหมาป่าตัวเมียอาวุโสเป็นจ่าฝูง พวกมันมีระบบการสื่อสารที่ซับซ้อนประกอบด้วยเสียงเห่า คำราม และเสียงหอน แต่ที่โดเด่นคือเสียงหอนอันเป็นสัญลักษณ์ หมาป่าสีเทาสื่อสารกันด้วยการหอนให้ดังไปเป็นระยะทางไกลๆ หมาป่าที่อยู่ตัวเดียวอาจเห่าหอนเพื่อดึงดูดความสนใจของฝูง ในขณะที่หมาป่าในฝูงเดียวกันอาจหอนร่วมกันเพื่อบ่งบอกอาณาเขตให้หมาป่าฝูงอื่นรับรู้ 

หมาป่าสีเทา

ล่าสุดทีมวิจัย ที่นำโดยดร. แดเนียลเฟรเซอร์ จากพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติแห่งแคนาดา มหาวิทยาลัยคาร์ลตัน และพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติแห่งชาติสมิธโซเนียน ได้วิเคราะห์ลักษณะของอาหารของหมาป่าสีเทา ในยุคไพลสโตซีน (50,000 ถึง 26,000 ปีก่อน) ว่ามีความเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร โดยการตรวจสอบรูปแบบการสึกหรอบนฟัน และร่องรอยทางเคมีในกระดูกของหมาป่าสีเทาหรือหมาป่ายูคอน จากซากโบราณที่พบตามแหล่งต่างๆ

“ การวิเคราะห์ร่องรอยเหล่านี้ สามารถบอกเราได้มากมายเกี่ยวกับวิธีที่หมาป่าสีเทาหาอาหาร อาหารที่มันกินมาตลอดชีวิต จนถึงสองสามสัปดาห์ก่อนที่มันจะตาย” หนึ่งในทีมงานอธิบาย

 อาหารของหมาป่าสีเทาโบราณ ได้รับการประเมินโดยดูจากอัตราส่วนของคาร์บอนและไอโซโทปไนโตรเจนที่สกัดจากคอลลาเจนในกระดูก ระดับสัมพัทธ์ของไอโซโทปสามารถเปรียบเทียบได้กับตัวบ่งชี้ที่กำหนดไว้สำหรับสิ่งมีชีวิตที่เฉพาะเจาะจง ทีมงานพบว่า ครึ่งหนึ่งของอาหารหลักที่หมาป่าสีเทาโบราณกินเข้าไปคือสัตว์ประเภทม้าป่าในสมัยไพลสโตซีน อีก 15% เป็นสัตว์จำพวกแกะทินฮอร์นและกวางเรนเดียร์ ที่เหลือเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมโบราณอื่นๆรวมทั้งแมมมอธด้วย

เมื่อสภาพอากาศเปลี่ยนไป สัตว์นักล่าคู่แข่งของหมาป่าสีเทาอันได้แก่เสือเขี้ยวดาบ (โฮโมเทอเรียม) และหมีหน้าสั้นก็ทะยอยลดจำนวนลงจากจำนวนของเหยื่อที่ลดลง รวมทั้งม้าป่าด้วย เปิดโอกาสให้หมาป่าสีเทาที่สามารถปรับตัวได้ง่ายกว่า ค่อยๆเปลี่ยนพฤติกรรมการกินโดยเลือกเหยื่อประเภทอื่นที่มีมากกว่าแทนม้า อันได้แก่กวางมูสและเรนเดียร์ นั่นกลายเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้หมาป่าสีเทาอยู่รอดจากการสูญพันธุ์จนเหลือให้เราเห็นอยู่ในทุกวันนี้

เครดิตภาพวาดจาก Julius Csotonyi. ภาพถ่ายจาก nps.gov

ที่มา http://www.sci-news.com/paleontology/yukon-wolves-diet-09542.html