ท่ามกลางความตึงเครียดทางการเมืองระหว่างปักกิ่งและวอชิงตัน องค์การบริหารการบินอวกาศของสหรัฐได้ขออนุญาตสภาคองเกรสเป็นกรณีพิเศษเพื่อติดต่อแลกเปลี่ยนข้อมูลกับองค์การอวกาศจีน โดยวัตถุประสงค์หลักคือป้องกันการโคจรเข้าชนกันของยานอวกาศลำต่างๆ

วงโคจรรอบดาวอังคารปีนี้ คับคั่ง​ไปด้วยยานอวกาศจากประเทศต่างๆถึง 8 ลำด้วยกัน ได้แก่ยานจากองค์การนาซา 3 ลำ ยานจากองค์การอวกาศยุโรป 2 ลำ จากองค์การอวกาศอินเดีย 1 ลำ และล่าสุดคือยานอวกาศจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และจีน อีกประเทศละหนึ่งลำ

แน่นอนว่าหากแต่ละประเทศไม่ยอมแชร์ระดับความสูง เส้นทาง วันเวลาที่จะเปลี่ยนมุมโคจร ความเร็วในการโคจร ก็อาจจะเกิดปัญหาในการชนกันขึ้นมาได้แม้โอกาสจะน้อยนิด แต่ก็ไม่ใช่ศูนย์เลยเสียทีเดียว

สหรัฐฯนั้นติดปัญหาในข้อกำหนด “Wolf Clause” ที่ตราเอาไว้ในพระราชบัญญัติงบประมาณปี 54 ว่าไม่อนุญาติให้ติดต่อขอหรือให้ข้อมูลด้านอวกาศกับจีนไม่ว่าทางใดๆเว้นเสียจากได้รับอนุญาตจากสภาคองเกรสเป็นกรณีๆไป และต้องยื่นขออนุญาตจากทางสภาฯล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน

และในที่สุดทางสภาฯก็อนุญาตให้ทาง NASA ติดต่อกับทาง CNSA ของจีนเพื่อรับทราบรายละเอียดต่างๆในการโคจรรอบราวอังคารของยาน Tianwen-1 แต่ทั้งนี้ไม่รวมถึงกิจกรรมการส่งแลนเดอร์ลงจอดบนผิวดาวอังคารที่จะมีขึ้นในเดือนพฤษภาคมที่จะถึงนี้

นอกจากจีนแล้ว NASA ยังประสานกับประเทศต่างๆที่เป็นเจ้าของยานอวกาศที่กำลังโคจรรอบดาวอังคารในเวลานี้คือ ยุโรป อินเดีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ด้วย ทั้งนี้เพื่อวัตถุประสงค์หลักคือด้วนความปลอดภัย

ระหว่างนี้เหล่านักวิทยาศาสตร์ต่างเรียกร้องให้ทางสภาคองเกรสยกเลิกข้อกำหนด “Wolf Clause” เป็นการถาวรเสีย แต่ยังไม่เป็นผล ควต้องรอนโยบายระยะยาวของรัฐบาลไบเดน ว่าจะตัดสินใจอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องนี้

ที่มา https://www.scmp.com/news/china/science/article/3127682/us-china-exchange-data-their-mars-missions