“เกิดไฟลุกท่วมท้องฟ้าทางทิศเหนือติดกัน 3 คืน” บันทึกโบราณที่พบในโปรตุเกส เขียนโดย Pero Ruiz Soares ผู้เห็นเหตุการณ์ในกรุงลิสบอน มีข้อความสอดคล้องกับเอกสารที่บรรยาย​ปรากฏการณ์​ไฟปริศนาลุกสว่างบนฟ้าเหนือยอดปราสาทของกรุงเกียวโตของญี่ปุ่น​​ในช่วงเวลาเดียวกัน นั่นคือต้นเดือนมีนาคม พ.ศ.2125

บันทึก​บรรยาย​ปรากฏการณ์นี้ยังพบในเมือง​ไลพ์ซิกของเยอรมนี เมืองเยชอนของเกาหลีใต้ และอีกหลายสิบเมืองทั่วยุโรปและเอเชียตะวันออก

ผลวิเคราะห์จากทีมนักวิ​ทยาศาสตร์​ล่าสุดพบว่าปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2125 นั้นคือแสงออโรราหรือ “แสงเหนือ” ที่เราได้ยินได้เห็นตามสื่อต่างๆในทุกวันนี้จนรู้สึกเป็นเรื่องธรรมดา เพียงแต่แตกต่างไปในเรื่องของสีและละติจูดที่มีบันทึกว่ามองเห็น

แสงออโรราที่มองเห็นกันบ่อยๆคือสีเขียว รองลงมาคือสีบานเย็น แต่ก็มีโอกาสเกิดสีอื่นเช่นเหลืองหรือแดงได้เช่นกัน นั่นเพราะแสงออโรรานั้นความจริงคือผลของอนุภาคมีประจุพลังงานสูงของดวงอาทิตย์ไหลเข้ามาปะทะอะตอมของก๊าซต่างๆเช่นไนโตรเจน อ๊อกซิเจนฯลฯ ในชั้นบรรยากาศโลกที่ความสูง​ในระดับต่างๆกัน ซึ่งก็จะส่งผลให้เกิดสีสันแตกต่างกันไป

เรื่องที่น่าสนใจยิ่งกว่าสีคือละติจูด เหตุผลเพราะแสงออโรรานั้นมีต้นเหตุแท้จริงมาจากถูกกระหน่ำด้วยอนุภาคจากดวงอาทิตย์ขณะเกิดพายุสุริยะ ที่ยิ่งมีความรุนแรงมากขึ้นเท่าไร ละติจูดของการมองเห็นแสงเหนือก็จะลดต่ำลงเท่านั้น แสงออโรราโดยทั่วไปจะมองเห็นในแถบละติจูดสูงๆใกล้ขั้วโลกคือละติจูด 60-75 แต่ในกรณีที่เกิดพายุสุริยะรุนแรงมากขึ้นอาจมองเห็นได้ถึงประเทศในละติจูดต่ำลงมา โดยจะเห็นแสงเหนือศีรษะ​ในละติจูด 40 และอาจเห็นแสงที่ขอบฟ้าได้ต่ำถึงละนิดจูด 30 เลยทีเดียว​

พายุสุริยะ​ในสมัย​โบราณ​มักสร้างแต่ความหวาดกลัว แต่พ​ายุสุริยะในปัจจุบันนั้นก่อความเสียหายรุนแรงมาก เนื่องจากโลกเราพึ่งพาระบบจ่ายไฟฟ้า ระบบดาวเทียม ฯลฯ เป็นหัวใจในการดำรงชีวิต ท่านสามารถดูความเสียหายที่เกิดจากพายุสุริยะได้ยากบทความนี้ https://stem.in.th/mcmath11976/

จากสถิติที่ผ่านมา เรามักพบ​ปรากฏการณ์​พายุสุริยะ​ชนิดรุนแรงจนเห็นแสงออโรราในละติจูดต่ำทุกศตวรรษ จึงเป็นเรื่องที่ผู้เกี่ยวข้องต้องให้ความใส่ใจให้ความรู้และเตรียมความพร้อมในการรับมือให้กับประชาชน

ที่มา https://phys.org/news/2021-03-powerful-solar-storm-earth.html