ทีมนักวิจัยนานาชาตินำโดย ดร. โดมินิก เพเซ จากศูนย์เพื่อฟิสิกส์ดาราศาสตร์ฮาร์วาร์ด-สมิธโซเนียน วิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากโครงการสำรวจฟากฟ้าโดยกล้องดูดาว SDSS หรือ Sloan Digital Sky Survey ในรัฐนิวเม็กซิโกของสหรัฐฯ  พบหลุมดำยักษ์ที่มีมวลประมาณ 3 ล้านเท่าของดวงอาทิตย์ ซึ่งทำหน้าที่เป็นหลุมดำมวลยวดยิ่งบริเวณศูนย์กลางของดาราจักร J0437+2546 กำลังเคลื่อนตัวด้วยความเร็วที่แตกต่างไปจากดาราจักรของมันเอง

ข้อมูลนี้ทำให้เราทราบว่า ดาราจักรหรือกาแล็กซี J0437+2546 ที่อยู่ห่างจากโลกเราออกไป 228 ล้านปีแสง กำลังสูญเสียหลุมดำสำคัญที่ควรจะสถิตอยู่ที่ศูนย์กลางของมันตามที่เราเข้าใจมาช้านานว่าหลุมดำใจกลางกาแล็กซีไม่ควรจะเคลื่อนที่ออกไปได้เองโดยแบบนี้

 “การทำให้หลุมดำมวลยวดยิ่งเคลื่อนที่ไปไหนก็แล้วแต่ เทียบได้กับการใช้เท้าเตะลูกโบว์ลิงที่มีน้ำหนักมากให้กระเด็นไป ซึ่งแน่นอนว่าต้องใช้แรงมากและไม่ง่ายเหมือนกับการเตะลูกฟุตบอลที่มีน้ำหนักเบากว่ามาก” ดร. โดมินิก อธิบาย

ทีมงานของดร. โดมินิก เริ่มตั้งคำถามถึงเรื่องความเร็วของหลุมดำมวลยวดยิ่งที่อยู่ตามใจกลางกาแล็กซีทั้งหลายว่า มันควรจะมีความเร็วกับตัวกาแล็กซีหรือไม่ ทีมงานใช้เวลาถึง 5 ปีในการรวบรวมข้อมูลที่ได้จากกล้องโทรทรรศน์วิทยุแทรกสอดระยะไกล (VLBI) เพื่อเปรียบเทียบการแผ่รังสีของ “เมกะเมเซอร์” (Megamaser) หรือใจกลางกาแล็กซีที่มีหลุมดำมวลลวดยิ่งคอนแผ่พลังงานสูงในช่วงคลื่นไมโครเวฟออกมาจำนวน 10 แห่ง เพื่อเปรียบเทียบความเร็วของตัวกาแล็กซีว่ากับหลุมดำยักษ์ที่ใจกลาง และพบข้อมูลที่น่าสนใจ นั่นคือมีหลุมดำและกาแล็กซี 9 แห่งที่มีความเร็วสัมพันธ์กัน มีเพียงแห่งเดียวที่มีความเร็วแตกต่าง นั่นคือหลุมดำใจกลางกาแล็กซี หรือดาราจักร J0437+2546 ตามที่รายงานในบทความนี้

ทีมงานพบว่า กาแล็กซี หรือดาราจักร J0437+2546 เคลื่อนที่ไปในอวกาศด้วยความเร็ว 4,910 กิโลเมตรต่อวินาที แต่หลุมดำมวลยวดยิ่งที่ใจกลาง กลับเคลื่อนที่ด้วยความเร็ว 4,810 กิโลเมตรต่อวินาที ซึ่งแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ

สาเหตุที่เป็นแบบนี้ ดร. โดมินิกให้เหตุผลว่า น่าจะมี หลุมดำมวลยวดยิ่งอีกดวงหนึ่งที่มีมวลใกล้เคียงกัน แต่เรายังตรวจไม่พบ คอยรบกวนการเคลื่อนที่ของหลุมดำดวงแรก นั่นหมายถึงดาราจักร J0437+2546 มีหลุมดำมวลยวดยิ่งถึง 2 ดวงที่ใจกลางของมันนั่นเอง

เหตุผลอื่นก็อาจเกิดได้เช่นการที่ดาราจักร J0437+2546 อาจเคยชนเข้ากับดาราจักรอื่นในอดีต จนทำให้หลุมดำมวลยวดยิ่งที่ใจกลางหลุดออกจากตำแหน่งและมีความเร็วผิดเพี้ยนไป

ทีมงานตีพิมพ์ผลงานครั้งนี้ในวารสาร Astrophysical Journal ฉบับวันที่ 12 มีนาคม 64 ที่ผ่านมา

อ้างอิง https://directory.eoportal.org/web/eoportal/satellite-missions/s/sdss