ทีมนักธรณีฟิสิกส์จากมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย (ANU) นำโดย ดร. โจแอน สตีเฟนสัน ค้นพบหลักฐานจากการ​วิเคราะห์​คลื่นแผ่นดินไหวที่ได้จากการบันทึกเอาไว้ยาวนานหลายสิบปีของศูนย์แผ่นดินไหววิทยาระหว่างประเทศ (ISC) และพบว่า แก่นโลกชั้นในนั้น ความจริงแล้วแตกต่างจากที่เราเรียนรู้มาจากในตำรา เพราะมีอีกหนึ่งชั้นซ้อนอยู่ข้างใน!

ทีมผู้วิจัยได้ใช้อัลกอริทึมของคอมพิวเตอร์ ช่วยค้นหาข้อมูลการเดินทางของคลื่นแผ่นดินไหวผ่านชั้นต่าง ๆ ใต้ผิวโลก เท่าที่เคยมีบันทึกไว้ โดยจับคู่ข้อมูลเหล่านี้เข้ากับแบบจำลองโครงสร้างของโลกที่เป็นไปได้หลายพันแบบ เพื่อดูว่าแบบจำลองใดจะสอดคล้องกับข้อมูลที่มีอยู่มากที่สุด

ทีมงานพบว่า คลื่นแผ่นดินไหวในเฟสที่ทะลุเข้าไปในแก่นโลกชั้นนอก ตั้งแต่เฟส PKPab PKPbc ไปจนถึงเฟสคลื่นที่ทะลุเข้าไปในแก่นโลกชั้นในนั่นคือ PKPdf (PKIKP) จะมีความเร็วลดลงและเบี่ยงเบนไปราว 54° เมื่อเคลื่อนผ่านใจกลางแก่นโลกชั้นใน และความเร็วจะกลับมาเพิ่มขึ้นหลังผ่านส่วนนี้ไป เป็นหลัก​ฐาน​ว่าแก่นโลกชั้นในมีลักษณะไม่เป็นเนื้อเดียว แต่ยังมีโครงสร้างที่แตกต่างออกไปซ้อนอยู่อีกชั้นหนึ่ง ซึ่งเป็นไปได้ว่าโลกเราในยุคเริ่มแรกน่าจะมีการลดอุณหภูมิลงครั้งใหญ่ 2 ครั้ง จนทำให้เกิดโครงสร้างในแก่นโลกชั้นในแบบนี้”

“การค้นพบนี้เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นมาก และอาจทำให้เราต้องแก้ไขตำราเรียนที่ใช้กันอยู่เสียใหม่” ดร. โจแอน สตีเฟนสัน กล่าว

ทีม​วิจัย​ตีพิมพ์​เผยแพร่​ผลการ​ค้นพบ​ครั้งนี้​ลง​ใน​วารสาร​ Journal of Geophysical Research: Solid Earth.

** อธิบายภาพประกอบบทความด้านบนสุด ภาพนี้เป็นภาพที่เห็นกันอย่างคุ้นเคยในตำราเรียนนั่นคือส่วนประกอบของโลกหลักๆ 4 ชั้น อันประกอบด้วยเปลือกโลก ที่เป็นสีฟ้า ชั้นหินหลอมเหลวที่เป็นสีส้มเข้ม แก่นโลกชั้นนอกที่เป็นสีเหลือง และแก่นโลกชั้นในที่เป็นทรงกลมสีขาวด้านขวาสุด ซึ่งแก่นโลกชั้นในนี้เอง ที่่ทีมงานของ ดร. โจแอน​ในบทความนี้พบว่ามันไม่ได้เป็นชั้นเดียว แต่ภายในยังมีทรงกลมเล็กซ่อนไว้อีก 1 ชั้น (ไม่ได้แสดงในภาพนี้)