ปีนี้เป็นปีของอีลอน มัสก์ จริงๆ เมื่อล่าสุดวันพุธที่ 10 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทางองค์การ NASA ได้ตัดสินใจเลือกจรวด “เฮฟวี่ ฟอลคอน” จาก SpaceX บริษัทกิจการอวกาศของมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลกรายนี้ เป็นจรวดหลักในการนำส่ง 2 โมดูลแรกของ Lunar Gateway สถานีอวกาศแห่งดวงจันทร์ในโครงการอาร์ทิมิส โดยมีกำหนดออกเดินทางในปี 2567
SpaceX ได้รับสัญญามูลค่า 331. 8 ล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อนำส่งโมดูลกำเนิดพลังวาน Power&Propulsion Element (PPE) และโมดูลอยู่อาศัย Habitation&Logistics Outpost (HALO) ของสถานีอวกาศ Lunar Gateway ออกจากฐานปล่อยหมายเลข 39A ศูนย์อวกาศเคนเนดีฟลอริดาไม่เกินเดือนพฤษภาคมในปี 2567 โมดูลทั้ง 2 สร้างโดยบริษัท Maxar Technologies และ Northrop Grumman Space Systems ตามลำดับ
สถานีอวกาศ Lunar Gateway คือจุดพักอำนวยความสะดวกให้กับยานโอไรอันที่จะพามนุษย์อวกาศชายหญิงกลับไปปฏิบัติหน้าที่บนดวงจันทร์หลังเว้นว่างไปหลายสิบปีเมื่อสิ้นสุดโครงการอพอลโลในทศวรรษที่ 70 ตัวสถานีอวกาศจะมีขนาดราว 1 ใน 6 เทียบกับขนาดของสถานีอวกาศนานาชาติ ประกอบด้วยโมดูลต่างๆ แผงโซลาร์เซล แขนกล จุดเชื่อมต่อสำหรับยานโดยสารและยานขนส่ง เหมือนสถานีอวกาศนานาชาติขนาดย่อส่วน โดย สถานีอวกาศ Lunar Gateway จะทำหน้าที่เป็นด่านหน้า ระหว่างการเดินทางของมนุษย์อวกาศจากโลกไปดวงจันทร์และกลับกัน รวมทั้งเป็นสถานีวิจัยและทดลองระยะยาว โดยมีเที่ยวบินนำส่งสัมภาระ เสบียงอาหาร อากาศ น้ำและเชื้อเพลิงไปคอยเติมอยู่เสมอ
โมดูลบริการ (Service model) ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบขององค์การอวกาศยุโรป (ESA) จะถูกส่งตามไปภายหลังด้วยจรวด SLS ซึ่งเป็นจรวดนำส่งขนาดยักษ์ที่ NASA พัฒนาขึ้นมาเอง โมดูลบริการนี้ จะทำหน้าที่เป็นระบบหมุนเวียนน้ำและอากาศรวมทั้งเป็นตัวควบคุมพลังงานไฟฟ้าและอุณหภูมิ ซึ่งจะทำให้มนุษย์อวกาศที่อาศัยอยู่ในสถานี Lunar Gateway สามารถดำรงชีพอยู่ได้นานถึง 90 วัน
การสำรวจอวกาศนับจากนี้ไปจะน่าตื่นเต้นและน่าสนใจขึ้นเรื่อยๆ โปรดคอยติดตาม