ระหว่างที่ทั่วโลกกำลังรอวัคซีนเพื่อให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ในการป้องกันเชื้อไวรัส SARS-COV-2​ ต้นเหตุ​ของ​โรค​ COVID-19​ หน่วยงานในประเทศต่างๆ ก็ได้มีคำแนะนำให้ประชาชนของตนรู้จักวิธีป้องกันตัวจากการติดเชื้อ เช่นการเว้นระยะห่างทางสังคม การงดใช้มือสัมผัสส่วนของใบหน้า รวมทั้งการสวมหน้ากากผ้าหรือหน้​ากากอนามั​​ย​อย่างถูกวิธี

ภายใต้นโยบายที่เปลี่ยนไปของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ที่เน้นให้ชาวสหรัฐหันกลับมาสวมหน้ากากอนามัยอย่างเคร่งครัดเพื่อลดการติดเชื้อแบบละอองลอยในที่สาธารณะลง ล่าสุดศูนย์ควบคุมโรคของสหรัฐหรือ CDC ได้ทำการทดลอง ให้เห็นถึงประสิทธิภาพที่แตกต่างกันของวิธีสวมหน้ากากอนามัยใน 3 ลักษณะ​ อันได้แก่ ลักษณะแรกคือ การสวมหน้ากากอนามัยตามปกติ ที่อาจไม่กระชับกับใบหน้าและอาจเกิดช่องว่างด้านข้างได้ (รูปซ้ายสุดในประกอบด้านล่าง) ต่อมาคือการสวมหน้ากากอนามัยแบบไขว้เชือกและผูกเงื่อนปมเพื่อให้กระชับกับใบหน้ามากขึ้น (รูปขวาสุดในรูปประกอบด้านล่าง)​ และลักษณะสุดท้ายคือการสวมหน้ากากอนามัยไว้ภายใน และสวมหน้ากากผ้าทับไว้ภายนอก หรือเรียกว่าการสวมหน้ากาก 2 ชั้นนั้นเอง

ภาพ​เปรียบเทียบการสวมหน้ากากอนามัยทั้ง 3 ลักษณะ

นักวิทยาศาสตร์ของ CDC ได้ใช้หุ่นจำลองคล้ายมนุษย์เพื่อทดสอบการรับละอองลอยผ่านทางอากาศ ที่มีขนาดระหว่าง 0.1 ถึง 0.7 ไมครอน แยกออกเป็น 2 การทดลอง การทดลองแรกนั้นทำขึ้นเพื่อทดสอบประสิทธิภาพระหว่างหน้ากากผ้าและหน้ากากอนามัยโดยใช้หุ่นจำลองตัวเดียว พบว่าหากสวมหน้ากากผ้าจะสามารถลดการติดเชื้อผ่านทางละอองลอยได้ 44.3% แต่หากสวมหน้ากากอนามัยที่ไม่พอดีใบหน้าและเกิดช่องว่างด้านข้าง จะมีประสิทธิภาพต่ำกว่าคืออยู่ที่ 42% แต่ถ้าหากสวม 2 ชั้นคือสวมหน้ากากอนามัยไว้ภายในและสวมหน้ากากผ้าทับไว้ภายนอก พบว่าประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อผ่านทางละอองลอยในอากาศจะพุ่งขึ้นสูงถึง 92.5%

ในการทดลองที่ 2 ใช้หุ่นจำลอง 2 ตัว​เพื่อ​ทดลองการติดเชื้อระหว่างกัน โดยให้หุ่นทั้งสองอยู่ห่างกัน 2 เมตร ผลการทดลองพบว่า หากสวมหน้ากากอนามัยที่หุ่นเพียงตัวเดียว โดยอิกตัวไม่สวมหน้ากากเลย เมื่อสวมหน้ากากอนามัยแบบไขว้เชือกผูกเงื่อนปมด้านข้าง จะช่วยลดการติดเชื้อจากคุณอีกตัวได้ 64.5% รหัสใช้หน้ากาก 2 ชั้นจะช่วยลดการติดเชื้อได้ 83 %

แต่หากให้หุ่นจำลองทั้ง 2 ตัวสวมหน้ากากอนามัยทั้งคู่ พบว่า การสวมหน้ากากอนามัยแบบไขว้เชือกและผูกเงื่อนปมด้านข้างจะช่วยลดการติดเชื้อระหว่างกันลงได้ 95.9% และการสวมหน้ากากอนามัย 2 ชั้นจะช่วยลดการติดเชื้อระหว่างกันลงได้ด้วยประสิทธภาพสูงสุด นั่นคือ 96.4% เลยทีเดีย​ว

ที่มาและ​เครดิต​ภาพ​ https://www.livescience.com/cdc-double-masking.html