ดาวเทียมที่ปฏิบัติงานเต็มรูปแบบดวงแรกของบริษัท Capella Space ได้ถ่ายภาพที่น่าทึ่งของผิวโลกในบริเวณ​ต่างๆ ช่วงสองสามเดือนแรกที่อยู่ในวงโคจรด้วยเทคโนโลยี่​ที่ไม่ถูกปิดกั้นด้วยอุปสรรค​ใดๆ

Payam Banazadeh ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ บริษัทฯ ได้อธิบายถึงคุณสมบัติของเทคโนโลยีการถ่ายภาพแบบใหม่นี้ว่า เป็นการถ่ายภาพลงมาจากวงโคจรโลกโดยไม่ต้องสนใจว่าจะเป็นช่วงกลางวันหรือกลางคืนอีกทั้งไม่ต้องกลัวสภาพเมฆหมอกพายุที่จะบดบังพื้นที่ส่วนใดให้พ้นไปจากกล้องนี้ได้

หลักการสำคัญก็คือกล้องถ่ายภาพที่ติดตั้งอยู่บนดาวเทียม Capella​ 2 นี้ ไม่ได้ทำงานในช่วงคลื่นแสงที่ตามนุษย์มองเห็น แต่ทำงานในช่วงคลื่นวิทยุ ซึ่งมีความยาวคลื่นที่มากกว่าและมีความถี่ที่ต่ำกว่า คือ synthetic aperture radar (SAR)​ ทำให้สามารถทะลุทะลวงสภาพอากาศได้ทุกแบบ

ตามภาพที่นำมาแสดงประกอบบททความด้านบน คือภาพถ่ายจากเทคโนโลยี​ SAR ที่แสดงให้เห็น​โซลาร์ฟาร์มที่ลอยอยู่บนทะเลสาบ Tiangang ในประเทศจีน ซึ่งเป็นสถานีไฟฟ้าโซลาร์เซลล์แบบไฮบริดสำหรับการประมง ในภาพจะเห็นแผงโซลาร์เซล​สีขาวตัดกับผิวน้ำที่​เป็น​สีดำ ในวงกลมคือภาพซูมที่แสดงให้เห็น​แผงโซลาร์เซลล์แต่ละตัวบนอุปกรณ์ลอยน้ำในรูปของโลมาอย่างชัดเจน

เวอร์ชั่นภาพที่ทำขายในเชิงพาณิชย์​จะมีความละเอียดอยู่ที่ระดับ 50​x50 เซ็นติเมตร​ โดยทางบริษัท​กำลังพัฒนา​ดาวเทียมรุ่น​ต่อไปที่สามารถ​ถ่ายภาพ​ได้ละเอียดกว่านี้ 2 เท่า โดยในอนาคต​อาจจำหน่ายภาพเชิงพาณิชย์​ที่ความละเอียดในระดับ 25×25 เซ็นติเมตร

ผู้ที่ซื้อภาพถ่ายนี้ไปอาจจะใช้ในการวิเคราะห์ทางการทำเกษตร การวางแผนการปรับปรุงผิวดิน หรือเพื่อประโยชน์ด้านอื่นๆ แต่ที่น่าห่วง คือภาพทางการทหารเนื่องจาก ภาพที่ถ่ายจากดาวเทียมโดยเทคโนโลยีนี้ ค่อนข้างมีความละเอียดสูงมากและพ้นจากขีดจำกัดต่างๆด้านสภาพอากาศ

ต้องถือว่าโลกในยุคต่อไปต้องแข่งขันกันในทุกด้านของเทคโนโลยีจริงๆ