ตลอดช่วงทศวรรษที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์ของ NASA พยายามยิงลำแสงเลเซอร์ไปยังแผ่นสะท้อนขนาดเท่าหนังสือพ็อกเก็ตบุ๊คที่ติดตั้งอยู่บนยาน LRO ซึ่งโคจรอยู่รอบดวงจันทร์ในระยะห่างจากโลกราว 385,000 กิโลเมตรหลายต่อหลายครั้ง และเพิ่งได้รับลำแสงที่สะท้อนกลับมาสำเร็จเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 12 ส.ค. 63 หรือสองวันที่แล้วมานี้เอง

แผ่นสะท้อนแสงที่ติดตั้งอยู่บนยาน Lunar Reconnaissance Orbiter (LRO) ซึ่งเป็นยานอวกาศที่ถูกส่งไปโคจรรอบดวงจันทร์มาตั้งแต่ปี 2009 นั้นมีจุดประสงค์เพื่อใช้เปรียบเทียบผลการสะท้อนแสงกับแผ่นสะท้อนรุ่นเก่าที่ถูกติดตั้งไว้บนผิวดวงจันทร์ตั้งแต่ยุคอพอลโลเมื่อ 50 ปีก่อน ที่เวลานี้แทบหมดสภาพไปแล้ว เนื่องจากลำแสงที่สะท้อนกลับมานั้นอ่อนมาก สาเหตุน่าจะมาจากฝุ่นบนดวงจันทร์ที่ฟุ้งขึ้นมาด้วยการชนของหินอวกาศขนาดจิ๋ว

แผ่นสะท้อนแสงรุ่นเก่าบนผิวดวงจันทร์ที่กล่าวถึงข้างต้นมีทั้งหมด 5 ชุด โดย 2 ชุดแรกติดตั้งโดยนักบินอวกาศอพอลโล 11 และ 14 ในปี 2512 และ 2514 ตามลำดับ (ภาพประกอบบนจากอพอลโล 14 ภาพประกอบล่างคือกระจกในมือขวาของบัซ อัลดริน จากอพอลโล 11) แต่ละชุดประกอบด้วยกระจกจำนวน 100 ชิ้น ทั้งหมดถูกตั้งเป็นมุมแบบลูกบาศก์เพื่อให้สามารถสะท้อนแสงเลเซอร์กลับไปยังต้นทางไม่ว่าจะรับแสงจากทิศทางใด ชุดที่สามมีกระจกลูกบาศก์ 300 ชิ้น ติดตั้งในปี 2514 โดยนักบินอวกาศอพอลโล 15 อีกสองชุดที่เหลือเป็นของทางฝั่งสหภาพโซเวียต ลักษณะเป็นกระจกที่ติดตั้งอยู่บนโรเวอร์ Lunokhod 1 และ 2 ซึ่งลงจอดในปี 2513 และ 2516 ตามลำดับ แต่ละชุดมีกระจกสะท้อนแสงย่อย 14 ชิ้น กระจกสะท้อนเลเซอร์ ทั้ง 5 ชุดถูกนำมาใช้ประโยชน์ร่วมกันโดยนักวิทยาศาสตร์จากทั่วโลก

การใช้ประโยชน์กระจกสะท้อนเลเซอร์บนผิวดวงจันทร์ทำโดยการหาระยะเวลาที่ของแสงที่ใช้ในการเดินทางไปกลับระหว่างโลกและดวงจันทร์ สิ่งสำคัญที่ค้นพบคือดวงจันทร์กำลังถอยห่างจากโลกออกไป 3.8 เซนติเมตรในทุกปี ซึ่งเป็นผลมาจากการพยายามรักษาโมเมนตัมเชิงมุมเมื่อโลกหมุนรอบตัวเองช้าลง

นอกจากนี้ มุมของแสงที่บิดไปเล็กน้อยในรอบ 50 ปีทำให้นักวิทยาศาสตร์รู้ว่าแกนกลางของดวงจันทร์เป็นของเหลว แต่ยังไม่ทราบแน่ชัดมีแกนที่เป็นของแข็งซ้อนอยู่ด้านในอีกชั้นหรือไม่ แต่ที่แน่ๆคือเมื่อหลายพันล้านปีก่อนดวงจันทร์เคยมีสนามแม่เหล็กเหมือนโลกเรา แต่ยังต้องศึกษาทางอื่นเพิ่มเติมเพื่อให้รู้เหตุผลว่าทุกวันนี้สนามแม่เหล็กของดวงจันทร์หายไปไหน

การใช้ประโยชน์ของแสงเลเซอร์ที่สะท้อนไปกลับระหว่างโลกดวงจันทร์ยังมีอีกหลายประการ จึงมีโครงการวาวกระจกครั้งใหม่บนผิวดวงจันทร์ในภารกิจเยือนดวงจันทร์ครั้งหน้า โดยจะเปลี่ยนจากเลเซอร์เขียวแบบเดิมซึ่งมีปัญหากระเจิงแสงกับชั้นบรรยากาศโลก ไปเป็นอินฟราเรดซึ่งจะทะลุทะลวงชั้นบรรยากาศได้ดีกว่า

ที่มาและเครดิตภาพ https://scitechdaily.com/nasa-launched-laser-beams-at-the-moon-for-the-first-time-they-received-a-signal-back/

เรียบเรียงโดย @MrVop