โครงการป้องกัน กรุงจาร์กาตา เมืองหลวงจมทะเล “เกรท การูดา” มหาพญาครุฑ 

มีคำเตือนจากหลายสถาบันทั่วโลกเรื่องระดับน้ำทะเลที่กำลังเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วเพราะภาวะโลกร้อน กรุงเทพฯเมืองหลวงของประเทศไทยและกรุงจาร์กาตาร์เมืองหลวงของประเทศอินโดนีเซียต่างก็ตกอยู่ในรายชื่อเมืองที่จะประสบปัญหาถูกน้ำทะเลกลืนกินในอนาคตด้วยสาเหตุแบบเดียวกัน คือระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงปีละราว 4 มม.  และตัวเมืองหลวงมีการจมตัวลงเพราะการสูบน้ำใต้ดินขึ้นมาใช้ในปริมาณมากโดยไม่มีการเติมน้ำใต้ดินกลับลงไป เพราะตัวเมืองสมัยใหม่มีพื้นเป็นคอนกรีตทำให้น้ำฝนไม่สามารถซึมผ่านลงไปได้ ปริมาณน้ำใต้ดินที่ถูกสูบออกไปใช้เป็นน้ำประปาจึงไม่มีน้ำใหม่เติมลงไปทดแทน ทั้งนี้กรุงเทพมีอัตราเร็วของการจมลงตกราวปีละ 1-2 ซ.ม.

bangkok-is-sinking---3543928

กรุงจาร์กาตาร์ ก็ไม่ต่างกัน แต่อัตราการใช้น้ำใต้ดินค่อนข้างจะสูงกว่ากรุงเทพฯ  ทำให้พื้นดินของกรุงจาร์กาตาร์จมลงถึงราวปีละ 7.6 เซ็นติเมตร เร็วกว่าการจมลงของกรุงเทพและเมืองอื่นๆทั่วโลกหลายเท่า ถือได้ว่าเป็นเมืองหลวงที่จมลงในอัตราเร็วที่สุด โดยเเนวชายฝั่งทางเหนือของกรุงจาร์กาตาร์เป็นพื้นที่ที่จมลงรวดเร็วกว่าส่วนอื่น

เพื่อรับมือกับปัญหานี้ ในช่วงปี 2014 ทางการอินโดนีเซียได้วางแผนจะสร้างผนังกั้นน้ำทะเลรูปนกกางปีกขนาดมหึมา ในชื่อ “Great Garuda’’ หรือ “มหาพญาครุฑ” (ครุฑเป็นสัญลักษณ์ของประเทศอินโดนีเซีย) ในมูลค่า 40,000 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ เป็นโครงการความร่วมมือ 3 ฝ่าย ระหว่างทางการอินโดนีเซีย เกาหลีใต้  และ เนเธอร์เเลนด์ประเทศผู้เชี่ยวชาญเรื่องกำแพงป้องกันน้ำทะเล

GG

“Great Garuda’’ คือผนังกั้นทะเลความยาว 24 กิโลเมตร พร้อมด้วยการถมทะเลเป็นเกาะเทียม 17 แห่ง ควบคุมการก่อนสร้างโดย บริษัทวิศวกรรมจากเนเธอร์เเลนด์ ซึ่งโครงการได้เดินหน้าก่อสร้างแล้วตั้งแต่ช่วงปลายปี 2015 โดย Victor Coenen ผู้จัดการโครงการพยายามเร่งงานส่วนของผนังกันน้ำทะเลให้เสร็จก่อนใน 3 ปีแรก หลังจากนั้นก็จะสร้างส่วนที่เหลือโดยกำหนดให้โครงการเสร็จสิ้นใน 10 ปี

42A026E3-79F0-4668-A8DA-30AF45D92C37_cx0_cy7_cw0_w1200_r1_s

และแน่นอนว่าการก่อสร้างโครงการขนาดยักษ์ย่อมต้องมีปัญหามากมายโดยเฉพาะการเมืองภายในประเทศ และยังมีข้อคิดเห็นจากนักวิชาการออกมาเรื่อยๆว่า กำแพงกั้นน้ำมหาพญาครุฑนี้จะใช้การได้จริงหรือไม่ แต่อย่างใดก็ตาม อย่างน้อยโครงการนี้ก็ได้เริ่มเดินหน้าไปแล้ว นครหลวงที่มีประชากรทั้งหมดราว 11 ล้านคนนี้ก็ยังมีความหวังจะตั้งอยู่ที่เดิมโดยไม่ต้องอพยพย้ายหนีไปไหนในกรณีที่โครงการเสร็จสิ้นใช้ประโยชน์ได้จริงและทันเวลา ขณะที่กรุงเทพฯยังไม่ขยับไปไหนเลย ไม่มีแม้ความตระหนักตื่นตัวจากภาครัฐฯ

Aug2017

**ภาพการก่อสร้างภาพแรกในปี 2015 ภาพที่สองในปี 2017 เครดิตภาพจาก VOA และ รอยเตอร์ ภาพรายละเอียดโครงการจาก The Guardian

เรียบเรียงโดย @MrVop