ปัจจุบัน “โดรน” อากาศยานไร้คนขับ ทำหน้าที่สารพัดอย่างตั้งแต่หน้าที่ในด้านการทหาร ในด้านการถ่ายภาพ การสำรวจทรัพยากร การสำรวจเขตภัยพิบัติ การพานิชย์ เช่น การขนส่งสินค้า อาหาร หรือการแพทย์ เช่นการขนส่งยา โลหิตสำรอง และอีกไม่นานจากนี้ โดรนอาจจะถูกนำไปใช้ในงานกู้ชีพด้วย นั่นคือการส่งเครื่อง AED ไปกระตุ้นหัวใจผู้ป่วย

AED ย่อมาจากคำว่า Automated External Defibrillator ซึ่งหมายถึงเครื่องมือขนาดเล็ก แบบพกพาหรือกระเป๋าหิ้ว ที่สามารถประเมินอาการการเจ็บป่วยเกี่ยวกับโรคหัวใจฉับพลันของคนป่วยได้โดยอัตโนมัติ และช่วยรักษาอาการเจ็บป่วยได้ทันทีด้วยการช็อกกระแสไฟฟ้าเพื่อกระตุ้นหัวใจ (defibrillation) เพื่อให้หัวใจกลับมาสู่การเต้นอย่างปกติได้อีกครั้ง คล้ายกับการปั้มหัวใจด้วยมือ(CPR Cardiopulmonary Resuscitation) แต่มีประสิทธิภาพกว่ามากเนื่องจากเป็นการกระตุ้นด้วยกระแสไฟฟ้า (ทำ CPR ไม่เป็นเดี๋ยวจะซี่โครงหักเปล่าๆ)

AED พัฒนาขึ้นในช่วง 20 ปีที่ผ่านมาโดยมีวัตถุประสงค์ที่จะให้เป็นเครื่องมือช่วยชีวิตผู้ที่ประสบสภาวการณ์ผิดปกติที่เลือดไม่ไปเลี้ยงหัวใจ (hear attack) ที่ง่ายและสะดวกแก่การใช้คนธรรมดาที่ผ่านการฝึกฝนเพียงเล็กน้อยก็สามารถใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะ AED นั้นทำงานโดยระบบเกือบอัตโนมัติ มีไฟกระพริบ มีคำส่งแนะนำเป็นเสียงพูด

AED จะทราบได้เองเมื่อเชื่อมขั้วไฟฟ้าที่เป็นผ้านิ่มไปบนตัวคนไข้ ว่าสถานะของคนไข้เวลานี้ จำเป็นต้องช็อกด้วยกระแสหรือไม่ ต้องต้องการเครื่องก็จะเตือนให้สังเกตเอาโลหะบนคนไข้ออก (ตะขอกางเกง กระดุมเสื้อ ซิปโลหะ ตะขอเสื้อชั้นใน) จากนั้นก็เอามือออกจากตัวคนไข้ (ห้ามแตะตัวขณะช็อกด้วยไฟฟ้า) เมื่อทุกอย่างเข้าที่ เครื่องจะสั่งให้กดปุ่มปล่อยกระแสไฟฟ้า หลังจากปล่อยกระแสแล้วเครื่องจะประเมินสภาพคนไข้อีกครั้งว่าเป็นอย่างไร ต้องซ้ำอีกครั้งต้องให้ทำ CPR ประกอบหรือไม่

Andreas Claesson เจ้าหน้าที่กู้ชีพชาวนอร์เวย์ให้สัมภาษณ์ถึงการกู้ชีพในพื้นที่ห่างไกลมีน้ำขั้นกลางตามหมู่เกาะว่าหากเป็นไปได้มีการส่ง AED ไปถึงผู้ป่วยโดยการใช้โดรนก็จะดีมาก หากไปช้า ความหวังที่ผู้ป่วยจะรอดชีวิตก็ลดน้อยลงไปด้วย โดยหากเดินทางภายในรัศมี 10 หรือ 15 หรือ 20 กิโลเมตร ได้ภายใน 5-6 นาที ก็จะช่วยเพิ่มโอกาสรอดชีวิตของผู้ป่วยจาก 0 20,30 ไปถึง 40 เปอร์เซ็นต์ตามลำดับ

ในเอเชีย ประเทศที่มีลักษณะเป็นเกาะ เช่นอินโดนีเชีย ฟิลิปปินส์ ยิ่งมีความจำเป็นใช้โดรนในลักษณะนี้มาก หรือแม้ในไทยเฉพาะเมืองใหญ่ก็จำเป็นเพราะมีการทดสอบแล้วว่าในสภาพการจราจรแย่ๆ โดรนเดินทางถึงที่หมายเร็วกว่ารถฉุกเฉินถึง 4 เท่า

ปัจจุบันแนวคิดส่ง AED ด้วยโดรนยังอยู่ในขั้นทดลอง อาจต้องเพิ่มแหล่งจ่ายพลังงานเพื่อให้โดรนเดินทางไปได้ไกลกว่าและเร็วกว่าทีเป็นอยู่ เพราะสำหรับเรื่องของหัวใจ หนึ่งนาทีก็มีความหมาย

เรียบเรียงโดย @MrVop