ดาวบีเทลจุส (Betelgeuse) ดาวที่มีความสว่างเป็นอันดับ 8 และปรากฏเป็นสีส้มแดงอยู่ในกลุ่มดาวนายพรานเวลาทีใช้ตาเปล่ามองหาบนฟ้ายามค่ำคืน เป็นดาวที่อยู่ที่ตำแหน่งขาหน้าข้างซ้ายของกลุ่มดาวเต่าของคนไทย เป็นดาวมหายักษ์แดง (Red supergiant star) ที่มีขนาดใหญ่กว่าดาวไรเจล ดาวสีฟ้าขาหลังข้างขวาของกลุ่มดาวเต่าหลายเท่า หากนำไปเทียบกับระบบสุริยะตามภาพบนจะเห็นดวงอาทิตย์เป็นแค่เม็ดฝุ่นและขอบของบีเทลจุสจะใหญ่ไปถึงวงโคจรของดาวพฤหัสimage_4992_1-Betelgeuse

thumb-706-586c4ec58c5e8

บีเทลจุสซึ่งอยู่ห่างโลกออกไปราว 650 ล้านปีแสง เป็นดาวฤกษ์ดวงเดียว ที่เราสามารถ “มองเห็นบรรยากาศ” ได้ทางกล้องโทรทรรศน์ ขณะที่ดาวอื่นๆที่แม้จะอยู่ใกล้โลกว่านี้ก็เห็นเป็นแค่จุดสว่างเท่านั้น ด้วยเหตุนี้จึงมีความพยายามใช้ระบบกล้องโทรทัศน์วิทยุ ALMA ในทะเลทรายชิลีสังเกตองค์ประกอบของบรรยากาศของดาวฤกษ์ยักษ์ดวงนี้ และก็ได้ผลสำเร็จ (ภาพประกอบที่ 2 คือภาพจาก ALMA ส่วนภาพที่ 3 นั้นมองจากกล้องดูดาวอื่น)  โดยทีมงานของ Dr. Eamon O’Gorman จากสถาบันดาราศาสตร์ Dublin พยายามสังเกตบรรยากาศชั้นโครโมสเฟียร์ของบีเทลจุส (ชั้นบรรยากาศที่อยู่สูงกว่าโฟโตสเฟียร์) และพบว่ามันมีความโปร่งแสงกว่าดวงอาทิตย์ของเราจึงได้ทำการทดสอบคำนวนหาอุณหภูมิจากค่าสีและทราบถึงระดับอุณหภูมิเฉลี่ยของชั้นบรรยากาศดาวยักษ์นี้ว่าอยู่ที่ 2,760 องศาเคลวินซึ่งเย็นกว่าชั้นบรรยากาศที่อยู่ต่ำลงไปและเย็นกว่าชั้นบรรยากาศที่อยู่สูงกว่านั้น ซึ่งเป็นลักษณะตรงกันข้ามกับดวงอาทิตย์ของเราที่ชั้นโครโมสเฟียร์ร้อนกว่าโฟโตสเฟียร์ ซึ่ง Dr. O’Gorman  ให้ความเห็นว่าเป็นลักษณะปกติของดาวยักษ์แดงซึ่งเป็นดาวฤกษ์ในวัยชราที่หมดเชื้อเพลิงหลัก

article-2292165-189C3C7E000005DC-943_634x357

นอกจากนี้ทีมงานของ Dr. O’Gorman  ยังพบต้นเหตุของความไม่เสถียรของบรรยากาศดาวบีเทลจุสที่มักจะพ่นแก้สออกมาในบางครั้งและมองเห็นขอบบรรยากาศของดาวมันเบี้ยวๆนั้นมีสาเหตุมาจากวงแหวน 2 วงที่ปิดกั้นบรรยากาศของดาวไว้ในมุมเฉียงทำให้โพรมิแนนท์ซึ่งเป็นการพุ่งขึ้นของพวกแก้สส่วนใหญ่เกิดขึ้นบริเวณมุมด้านตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งตรงพื้นที่นี้ได้มีรายงานการส่องพบการปรากฏของจุดสว่างซึ่งน่ามาจากการหมุนเวียนความร้อนภายในดาวก่อนหน้าที่ทีมงาน Dr. O’Gorman จะเข้ามาศึกษาด้วยกล้อง ALMA ไม่ถึงเดือน

ดาวบีเทลจุสกำลังมาถึงช่วงสุดท้ายของชีวิตและกำลังจะระเบิดตัวเองเป็นซุปเปอร์โนวาในปีใดปีหนึ่งนับจากนี้ เราอาจได้มีโอกาสเห็นดวงอาทิตย์ 2 ดวงในวันใดวันหนึ่งในช่วงชีวิตของเรา

การค้นพบนี้ตีพิมพ์ลงในวารสาร The journal Astronomy & Astrophysics (arXiv.org preprint).

(จานขาวๆในภาพล่างคือกล้องโทรทัศน์วิทยุ ALMA ซึ่งภาพนี้มาจากรอยเตอร์ในวันเปิดตัวกล้องโดยมีสื่อมวลชนเข้าร่วมงานจำนวนมาก)

ที่มา http://www.sci-news.com/astronomy/alma-atmosphere-supergiant-star-betelgeuse-04992.html
อ้างอิง http://thaiastro.nectec.or.th/news/2002/news2002jun02.html

เรียบเรียงโดย @MrVop