แล้วแต่มุมมองของนักดาราศาสตร์ บ้างก็ว่าโลกเรามีบริวารมากกว่าหนึ่งดวง

คำว่าดวงจันทร์นั้น สุดท้ายยก็ยังนิยามกันไม่เสร็จว่าจะนับเทหวัตถุบริวารดาวเคราะห์ที่มีคุณลักษณะแบบไหนหรือไม่นับแบบไหน เพราะถ้านับทุกแบบแล้ว  พวกดาวแก้สยักษ์อย่างดาวพฤหัส ดาวเสาร์ ฯลฯ ที่เที่ยวจับดาวเคราะห์น้อยมาเป็นบริวารตลอดเวลา จะมีดวงจันทร์มากมายขนาดไหน

แต่หากเราหมายถึง บริวารแท้ของดาวเคราะห์ หรือ Natural satellite ซึ่งมีวงโคจรรอบดาวแม่เป็นวงรีแน่นอน โลกเราก็มีดวงจันทร์ที่เราคุ้นเคยอยู่ดวงเดียว หรือหากเราหมายถึงคำว่า “บริวารเสมือน” หรือ Quasi-satellite แบบนี้ โลกเราก็มีกับเขามากกว่า 1 ดวง

บริวารเสมือน หรือคือเทหวัตถุที่มีวงโคจรรอบดวงอาทิตย์ร่วมกันกับโลก โดยมีวงโคจรแบบที่นักดาราศาสตร์เรียกว่า Orbital resonance แบบ 1:1 เมื่อเทียบกับโลก หรือพูดอีกอย่างหนึ่งว่า โลกกับบริวารเสมือนโคจรรอบดวงอาทิตย์ใชัเวลาเท่ากัน แต่รูปร่างของวงโคจรจะต่างกัน

บริวารของโลกที่เราจะพูดถึงวันนี้ คือ 3753 Cruithne (ชื่ออ่านยากมาก) ซึ่งค้นพบตั้งแต่ปี 1986 ในโค้ดเนม 1986 TO มีความกว้างขนาด 5 กิโลเมตร  เทหวัตถุดวงนี้เป็นดาวเคราะห์นัอยดวงหนึ่งในบรรดาดาวเคราะห์น้อยจำนวนมากที่มีวงโคจรตัดกับวงโคจรของโลก

https://www.youtube.com/watch?v=dsHsYjuudVo

วงโคตรของ 3753 Cruithne  ได้รับการคำนวนและยืนยันในปี 1997 ว่ามีวงโคจรเป็นรูปเกือกม้า วนไปรอบดวงอาทิตย์ แรงโน้มถ่วงของโลกมีผลทำให้มันโคจรมาเจอกับโลกเกือบจะในต่ำแหน่งเดียวกันทุกๆปี โดยที่ไม่ชนกันเพราะระนาบวงโคจรของมันเอียงทำมุมกันกับวงโคจรโลกค่อนข้างมาก แต่ก็ถือได้ว่า ด้วยขนาด 5 กิโลเมตรของมันหากชนเข้ากับโลกจริงคงเป็นเรื่องใหญ่น้องๆดวงที่ชนโลกสมัยไดโนเสาร์เลยทีเดียว

เราจะได้เห็น 3753 Cruithne  โคจรรอบดวงอาทิตย์ไปอีกราว 5,000 ปี จากนั้นจะย้ายเข้ามาโคจรรอบโลกต่อไปราว 3,000 ปี ในช่วง 3,000 ปีนี้ Cruithne จะถือเป็นบริวารแท้ หรือ Natural satellite ยกระดับเป็นดวงจันทร์ดวงที่ 2 ของโลก เมื่อหมดเวลา 3,000 ปี ก็จะถูกดีดออกไปโคจรรอบดวงอาทิตย์กลายเป็นดาวเคราะห์น้อยอีกครั้งหนึ่ง

บริวารเสมือนของโลกเรายังมีดวงอื่นๆอีก เช่น 2010 SO16 และ 2006 FV35 เป็นต้น  และจะมีมากขึ้นหรือลดลงในอนาคตก็เป็นไปได้ เพราะดาวเคราะห์น้อยพวกนี้ในวันหนึ่งข้างหน้าก็จะหลุดจากแรงโน้มถ่วงของโลกไป

อ้างอิง

http://earthsky.org/space/does-earth-have-a-second-moon
http://blogs.discovermagazine.com/crux/2015/03/02/earth-second-moon

เรียบเรียงโดย @MrVop