ในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2013 มีการเบิกเงินจากตู้ ATM ในเมืองต่างๆในญี่ปุ่น โดยใช้บัตร ATM ปลอม ในคืนเดียวถึง 9 ล้านเหรียญ และต่อมาในเดือนพฤศจิกายน ปีเดียวกัน ก็มีการเบิกเงินไปกว่า 5 ล้านเหรียญจาก 15 เมืองในโรมาเนีย โดยการเบิกๆทีละเล็กทีละน้อย มากถึง 4,200 รายการ และในปีนั้น เกิดเหตุการณ์ทั้งหมดกว่า 34,000 รายการ ใน 24 ประเทศ ไล่ตั้งแต่ สหรัฐอเมริกา, สหราชอาณาจักร, เยอรมัน, อิตาลี, สเปน, เนเธอแลนด์, แคนาดา, โคลัมเบีย, เม็กซิโก, อินโดนีเซีย, อียิปต์, รัสเซีย, ศรีลังกา, ปากีสถาน, และ แน่นอน… ประเทศไทย รวมทั้งประเทศอื่นๆอีกจำนวนหนึ่ง

การแฮ็กเหล่านี้เกิดขึ้นจากแฮ็กเกอร์กลุ่มเดียวกัน เป็นกลุ่ม International Cyber Gang ที่มีสมาชิกรวม 52 คน กระจายอยู่ทั่วโลก เป็นคดีที่ยากมากๆคดีหนึ่งในด้าน Cyber Security

แต่ในที่สุดก็ไม่พ้นเงื้อมมือของกฎหมาย สมาชิกของแก๊งค์นี้โดนรวบไปเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา รวม 25 คน ซึ่งต้องใช้กำลังตำรวจเข้าค้นสถานที่ถึง 42 แห่งใน 6 ประเทศ เรียกว่าเป็นคดีใหญ่มาก

การแฮ็กในครั้งนี้ Kaspersky Lab เปิดเผยว่า แก๊งค์นี้ใช้วิธีปล่อย malware เข้าไปในคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในธนาคารและสถาบันการเงินทั้งหลาย ผ่านทางการส่ง email ที่มี malicious attachments เข้าไป โดย malware เหล่านี้จะคอยเก็บรายละเอียดการใช้งานคอมพิวเตอร์ในธนาคาร โดยการ capture screen ส่งภาพกลับมายัง server จนสามารถเรียนรู้ขั้นตอนการทำงานของเจ้าหน้าที่ธนาคารได้ ซึ่งการแฮ็กนี้เกิดขึ้นในหลายธนาคาร ซึ่งมีกระบวนการทำงานที่แตกต่างกัน เชื่อว่า แฮ็กเกอร์ ใช้เวลาในการเรียนรู้การทำงานอยู่นานพอสมควร เมื่อได้วิธีการทำงานแล้ว ก็จะตั้งเป้าหมายกับบัตร ATM ของบริษัทใหญ่ ทำการสร้างบัตร ATM ปลอมขึ้นมา แล้วส่งไปยังเครือข่ายทั่วโลก ทำการเบิกเงินจากตู้ ATM หลายๆแห่งในวันหยุด

คดีนี้ทำให้วงการ Cyber Security เริ่มหนาว เพราะแสดงให้เห็นถึงกระบวนการจัดการที่เป็นระบบของ แฮ็กเกอร์ ซึ่งตั้งเป้าหมายกับการฉ้อโกงขนาดใหญ่ขึ้นมาก เครือข่ายขยายตัวไปมากจนแทบไร้ขอบเขต…

ในเมืองไทยมีใครมั่งหว่า….