3D printing เรียกได้ว่าเป็นเทคโนโลยีที่มีคนพูดถึงมากที่สุดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เนื่องจากมันสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างกว้างขวาง ตั้งแต่ของเล่น แบบจำลอง ไปจนถึงชิ้นส่วนรถยนต์หรือแม้กระทั่งอวัยวะเทียม ซึ่งเมื่อไม่นานมานี้นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัย Northwestern ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ประสบความสำเร็จในการใช้ 3D printing สร้างรังไข่เทียมของหนู ที่สามารถให้กำเนิดลูกหนูได้ขึ้นมา

ในการทดลองครั้งนี้นักวิทยาศาสตร์ได้ทำการแทนที่รังไข่ของหนูด้วยรังไข่เทียมที่ทำจาก 3D printing ซึ่งสามารถบรรจุถุงฟอลลิเคิล (ovarian follicles) ซึ่งเป็นถุงที่ห่อหุ้มไข่ที่ยังไม่ได้รับการผสมพันธุ์เอาไว้ โดยรังไข่เทียมอันนี้จะสามารถช่วยให้หนูตกไข่และตั้งครรภ์ได้เหมือนกับรังไข่ปกติหลังจากที่หนูได้รับการผสมพันธุ์ รวมถึงยังทำให้หนูสามารถคลอดลูกที่มีสุขภาพแข็งแรงออกมาได้อีกด้วย โดยการที่จะสร้างรังไข่เทียมขึ้นมาด้วย 3D printing นั้น นักวิทยาศาสตร์จำเป็นต้องใช้วัสดุที่ทำจากสารอินทรีย์ ที่สามารถเข้ากันได้กับร่างกายของสิ่งมีชีวิต ซึ่งในการทดลองครั้งนี้นักวิทยาศาสตร์ได้เลือกใช้สารที่มีลักษณะคล้ายกับวุ้น (เจลาติน) โดยเจลาตินที่ถูกนำมาใช้ในการผลิตรังไข่ จะถูกผลิตขึ้นเป็นชั้นบางๆหลายชั้นซ้อนกัน ทำให้มันมีความแข็งแรงและไม่สลายตัวเมื่ออยู่ในร่างกาย และยังสามารถเข้ากับร่างกายได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

โดยรังไข่เทียมที่สร้างขึ้นมาจะถูกบรรจุไข่ลงไป 40-50 ใบต่ออัน และผ่าตัดใส่ลงไปในหนู 7 ตัว ซึ่งจากผลการทดลองพบว่าแม่หนู 3 ใน 7 ตัวสามารถให้กำเนิดลูกขึ้นมาได้ด้วยรังไข่เทียมนี้

นอกจากนั้นแล้วรังไข่เทียมที่สร้างขึ้นจาก 3D printing ยังได้รับสารอาหารล่อเลี้ยงจากระบบหมุนเวียนโลหิตในตัวของหนู ทำให้สารอาหารและออกซิเจนถูกส่งมายังไข่ ช่วยให้ไข่สามารถผลิตฮอร์โมนเพศคืนให้กับหนูไม่ต่างอะไรกับรังไข่ปกติเลย แต่เป็นเรื่องที่น่าเสียดายเนื่องจากเทคโนโลยีนี้ยังไม่สามารถนำมาใช้งานกับร่างกายมนุษย์ได้ เนื่องจากรังไข่ของมนุษย์มีขนาดที่ใหญ่กว่าของหนู รวมถึงรังไข่ของมนุษย์มีการเปลี่ยนแปลงรูปร่างได้ง่ายกว่า จึงไม่เหมาะกับการนำรังไข่เทียมมาแทนที่ แต่อย่างไรก็ตามนักวิทยาศาสตร์ก็เชื่อว่าการพัฒนาของเทคโนโลยีนี้จะสามารถช่วยสตรีที่เป็นหมันให้สามารถมีบุตรได้ในอนาคต

ที่มา http://www.sciencemag.org/news/2017/05/3d-printed-ovaries-restore-fertility-mice
https://www.theverge.com/2017/5/16/15646230/mouse-3-d-printing-ovary-health-fertility-bioengineering
เรียบเรียงโดย @MrVop