เจมส์ เวบบ์ กล้องโทรทรรศน์อวกาศอินฟราเรดที่ใหญ่ที่สุดที่มนุษย์เคยสร้าง จะขึ้นสู่อวกาศตุลาคม 2018

ด้วยจานสะท้อนแสงเคลือบทองกว้างถึง  6.5 เมตร กล้องเจมส์ เวบบ์จะสามารถรับแสงอินฟราเรดจากแหล่งกำเนิดแสงที่ไกลถึงหนึ่งหมื่นสามพันห้าร้อยล้านปีแสง คือทำให้นักดาราศาสตร์สามารถมองกลับไปถึงช่วงแรกๆของการก่อกำเนิดเอกภพเลยทีเดียว  แต่ปัญหาคือแผ่นกระจกที่กว้างถึง 6.5 เมตรนั้นมันส่งขึ้นสู่อวกาศด้วยจรวดไม่ได้ มันกว้างไป

ตามกำหนดนั้น กล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์เวบบ์ จะถูกส่งขึ้นสู่วงโคจรที่จุด L2 หลังดวงจันทร์ด้วยจรวด Ariane 5 ซึ่งสามารถบรรทุกสิ่งของได้กว้างที่สุดแต่ 5 เมตร ทางผู้ออกแบบจึงใช้วธีแก้ปัญหาโดยการแยกแผ่นกระจกสะท้อนแสงของกล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์เวบบ์ ออกเป็นแผ่น 6 เหลี่ยมจำนวน 18 แผ่น ยึดติดกันด้วยบานพับ ซึ่งจะพับจนพอดีช่องสัมภาระของจรวด Ariane 5 และจะไปกางออกในอวกาศหลังไปถึงจุดโคจรแล้ว

แผ่นสะท้อนแสงของกล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์เวบบ์ สร้างขึ้นจากโลหะ  Beryllium ซึ่งคงทนไม่เสียรูปไปง่ายๆจากความร้อนเย็น (ด้านที่ถูกแสงแดดของตัวกล้องจะร้อนราว 85°C ขณะที่อีกด้านที่หันออกจะเย็นถึง -233°C) จากนั้นจะเคลือบผิวด้านบนสุดด้วยทองคำแท้หนา 100 นาโนเมตร เนื่องจากทองคำสามารถสะท้อนแสงอินฟราเรดได้ดี

กล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์เวบบ์ เป็นโครงการความร่วมมือระหว่างองค์การนาซา กับองค์การอวกาศยุโรป (ESA) และองค์การอวกาศแคนาดา (CSA) เดิมมีชื่อเรียกโครงการว่า กล้องโทรทรรศน์อวกาศแห่งยุคหน้า (Next Generation Space Telescope หรือ NGST) ต่อมาในปี ค.ศ. 2002 ได้เปลี่ยนชื่อไปใช้ชื่อตามผู้บริหารองค์การนาซาคนที่สอง คือ เจมส์ อี. เวบบ์

กล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์เวบบ์ จะมาทำหน้าที่เป็นผู้สืบทอดภารกิจต่อจากรุ่นพี่ผู้โด่งดัง นั่นคือ กล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล นั่นเอง และแน่นอน คลื่นลูกหลังย่อมแรงกว่าคลื่นลูกแรก กล้องเจมส์ เวบบ์สามารถทำการสังเกตการณ์วัตถุอันห่างไกลในเอกภพ ซึ่งอยู่ไกลเกินกว่าความสามารถของกล้องฮับเบิลจะจับภาพได้

 

อีกไม่นาน ความลับของเอกภพจะเปิดเผยต่อเรามากขึ้นเรื่อยๆ

ที่มา http://gizmodo.com/the-james-webb-space-telescope-is-gold-plated-space-ori-1725972301
เรียบเรียงโดย @MrVop