โครงการ CarbFix เปลี่ยน CO2เป็นก้อนหิน

ก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ หรือ CO2 เป็นหนึ่งในตัวการของปัญหาโลกร้อนนอกเหนือจากไอน้ำและมีเทน ข้อมูลเฉพาะปี 2557 ระบุว่า มีปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ที่ถูกปล่อยสู่ชั้นบรรยากาศอย่างน้อย 3 หมื่นล้านตันภายในปีนั้นปีเดียว

หนึ่งในวิธีการที่ดีที่สุดในการกำจัด CO2ไม่ให้ลอยขึ้นไปสร้างปัญหาเรือนกระจกในบรรยากาศโลก ก็คือจัดการหาทาง “ฝังลืม” เจ้าก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์นี้

โครงการ CarbFix ได้ถือกำเนิดขึ้นมาเมื่อ 10 ปีก่อนโดย Reykjavik Energy บริษัทด้านพลังงานของประเทศไอซ์แลนด์ ด้วยแนวคิดดังกล่าว นั่นคือหาทางส่งเจ้า  CO2 ลงไปกักขังไว้ใต้ดิน โดย เอ็ดด้า อาราด็อนเทอร์​ ผู้จัดการโครงการ CarbFix อธิบายว่า ธรรมชาติมีขั้นตอนกำจัดก๊าซนี้อยู่แล้วโดยเก็บทับถมไว้ในชั้นต่างๆของผิวโลก เหมือนการทับถมของฟอสซิลทั่วไป แต่กระบวนการนั้นช้ามาก โครงการของเราก็เลียนแบบวิธีการนี้ เพียงแต่เร่งเวลาให้กระบวนการเกิดขึ้นเร็วกว่าเดิมหลายเท่า

ทางโครงการเริ่มทดสอบวิธีการเก็บกักก๊าซ CO2 โดยใช้โรงไฟฟ้า Hellsheidi ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าความร้อนใต้พิภพ ( geothermal power plant) ของไอซ์แลนด์เป็นจุดเริ่มต้น โรงไฟฟ้าแห่งนี้ใช้พลังงานความร้อนจากไอน้ำที่ออกจากปล่องภูเขาไฟที่ตายแล้วมาหมุนเทอร์ไบน์สร้างกระแสไฟฟ้า พลังงานความร้อนใต้พิภพแม้เป็นพลังงานฟรีและยั่งยืน  แต่ก็มีข้อเสียคือมันจะพาก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จำนวนมหาศาลออกมาจากใต้ผิวโลกด้วย

carbfix_method

วิธีของ CarbFix ก็คือนำก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ หรือ COที่เหลือจากกระบวนการผลิตไฟฟ้ามาผสมกับน้ำแล้วฉีดกลับลงไปใต้ดิน ลึกลงไปใต้ชั้นหินบะซอลต์ ที่ความลึกราว 1-2 กิโลเมตร ณ จุดนี้ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ผสมน้ำที่ถูกฉีดลงไปจะกลายสภาพเป็นหินในอีก 1-2 ปี และจะคงอยู่ในชั้นหินนี้ไปอีกนับล้านปี

ข้อจำกัดของโครงการ  CarbFix  ที่พบในเวลานี้คือต้นทุนในการขุดหลุมลึกเพื่อส่ง COลงไปด้านล่างนั้นสูงเกินไป กำลังวิธีการที่ประหยัดกว่านี้ และน่าจะนำวิธีการนี้ไปใช้กับอุตสาหกรรมอื่นที่สร้าง CO2ได้ในอนาคต

เว็บไซท์ของโครงการ https://www.or.is/english/carbfix-project

เรียบเรียงโดย @MrVop