จะเกิดอะไรขึ้นหากเราผลิตยาได้เอง ทั้งยังสามารถออกแบบรูปร่างของเม็ดยาให้แปลกใหม่ได้ตามใจชอบ กำหนดรสชาติ,สี และขนาดของยา ได้เองทั้งหมด เพียงแค่ทำการออกแบบด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ จากนั้นก็ปล่อยให้เจ้าเครื่อง 3D printer จัดการไป

หลังจากที่ 3D printer ถือกำเนิดขึ้นมาบนโลก มันได้ทำการปฎิวัติวงการแพทย์ครั้งใหญ่ เมื่อเราสามารถทำการผลิตผิวหนังเทียมขึ้นมาได้ หรือแม้กระทั่งเส้นเลือดโดยการใช้ 3D printer และในอีกไม่ช้า ภายในปี 2016 ที่กำลังจะถึงนี้ เจ้า 3D printer ที่ว่าก็จะมีขีดความสามารถที่เพิ่มขึ้นอีก นั่นคือการผลิตยา

ผลของมัน ทำให้บริษัทยายักษ์ใหญ่ทั่วโลก ต่างก็อยากที่จะเป็นเจ้าแรกในการผลิตยาจากเครื่อง 3D printer โดยยาที่พวกเขาจะทำการผลิตคือเป็นชนิดแรก คือยา Spritam ซึ่งเอาไว้ใช้ในการรักษาโรคลมชัก โดยในการผลิตจะแบ่งชั้นของยาออกเป็น 3 ชั้นโดยมีส่วนของตัวยาที่เป็นผงอยู่ตรงกลางระหว่างชั้นที่เป็นของเหลว ซึ่งทำให้ยาสามารถละลายได้อย่างรวดเร็วเมื่อสัมผัสกับน้ำ ทำให้ยาออกฤทธิ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพและรักษาอาการป่วยได้ทันท่วงที นับได้ว่าเป็นอีกก้าวของวงการแพทย์และยา ที่สามารถสร้างยารูปแบบใหม่ที่ดีกว่าเดิมและมีทางเลือกในการผลิตที่หลากหลาย

แต่สำหรับในตอนนี้ เราคงต้องส่งมอบหน้าที่การผลิตยาให้กับบริษัทยาไปก่อน เพราะหลังจากนี้อีกไม่นาน เราจะสามารถผลิตยาได้ด้วยตัวเองทั้งหมด

ที่มา http://www.digitaltrends.com/cool-tech/3d-printed-medicine
หมายเหตุ – องค์การอาหารและยาสหรัฐฯ FDA อนุมัติการผลิตยาจาก 3D Printer แล้ว  [อ่านเอกสาร]
เรียบเรียงโดย @MrVop