flatmap

Voliva’s flat earth map. Modern Mechanics and Invention, October, 1931.

ตลกดี ช่วงนี้ B.o.B หรือ บ็อบบี เรย์ ซิมมอนส์ ศิลปินผิวดำชื่อดังชาวอเมริกัน  ออกมาปะคารมกับใครต่อใครทางทวิตเตอร์ @bobatl  เถียงหัวชนฝาว่าโลกเรานี้จริงๆแล้วแบน เพราะมองจากมุมสูงๆก็ยังไม่เห็นว่าเส้นขอบฟ้ามันโค้ง (ตามข้อความในทวิตเตอร์ของบ็อบบี ) ส่วนภาพโลกจากอวกาศของนาซา บ็อบบี บอกว่าเป็นภาพปลอม

ก็ช่างเขา ปล่อยให้เถียงกันไป หรือใครอยากร่วมสนุกก็ลองเข้าไปอ่านดูหรือลองทวิตดูแต่ไม่รู้ว่าบ็อบบีจะตอบหรือเปล่านะ แต่เรามาดูเรื่องโลกกลมในประวัติศาสตร์โลกดีกว่า

หลายร้อยปีหลังๆนี้เพิ่งมีการพิสูจน์ว่าโลกเรามีลักษณะเป็นทรงกลม แต่ที่จริงๆ อริสโตเติล (Aristotle) นักวิทยาศาสตร์และนักปรัชญาชาวกรีกสมัยโบราณเมื่อกว่า 2,000 ปีที่แล้ว ได้พูดถึงเรื่องโลกกลมมาก่อน ดังปรากฏในหนังสือ In his book On the Heavens ที่เขาเป็นคนเขียนขึ้น (ดูย่อหน้าสุดท้ายใน link นี้) เนื่องจากการสังเกตกลุ่มดาวบนฟ้าซีกโลกเหนือใต้เป็นคนละกลุ่มกัน มองเห็นไม่เหมือนกัน ถ้าโลกแบนก็น่าจะเห็นเหมือนกันหมด หรือดวงอาทิตย์ที่ขึ้นตอนเที่ยงในอียิปต์ตรงหัวพอดีในวันที่ๆอื่นไม่ตรงหัว หรือเงาโลกที่ไปทับดวงจันทร์ขณะเกิดจันทรุปราคาเป็นเส้นโค้งเป็นต้น

และจากความเชื่อว่าโลกเป็นทรงกลม สองร้อยกว่าปีก่อนสมัยคริสต์กาล เอราทอสเทนีส ก็สามารถคำนวนความยาวเส้นรอบโลกได้สำเร็จ ผลการคำนวณใกล้เคียงความจริงมากคือ คำนวณได้ 25,000 ไมล์ คาดเคลื่อนไปเพียง 140 ไมล์เท่านั้น

น่าแปลกคือในยุคต่อมา ความเชื่อเรื่องโลกแบนกลับได้รับความนิยมขึ้นมาอีกครั้งโดยเฉพาะในสมัยยุคกลางของยุโรป ถ้ามีใครเถึยงว่าโลกกลมอาจมีโทษถึงตายเลยทีเดียว ความเชื่อนี้หลังจากแมคเจลแลนแล่นเรือรอบโลกสำเร็จ ฝั่งโลกแบนก็เงียบๆไปและกลับมาพูดถึงเป็นระยะๆในยุคหลัง จากพวกขวางโลก

และรอบนี้ก็เป็นวิวาทะของ B.o.B

ที่มา http://www.bbc.com/earth/story/20160126-how-we-know-earth-is-round
เรียบเรียงโดย @MrVop