ในประสาทสัมผัสทั้ง 5 นั้น ดูเหมือนจะมีแต่ตาและหูจะได้รับการขยายขอบเขตออกไปไม่สิ้นสุดด้วยเทคโนโลยีต่างๆทั้งกล้องโทรทรรศน์-จุลทัศน์ รวมทั้งไมค์รับเสียงความไวสูงต่างๆ แต่การดมกลิ่นกลับล้าหลังเป็นอย่างมาก

มนุษย์เรายังคงต้องพึ่งพา “สุนัข” ในการดมกลิ่นเพื่อรักษาความปลอดภัย เนื่องจากยังไม่สามารถหาเทคโนโลยีอะไรที่จะมาทดแทนจมูกสุนัขได้ แม้เทคโนโลยีด้านอื่นจะก้าวล้ำไปถึงไหนต่อไหน

ไม่เฉพาะด้านความปลอดภัย เพราะทั้งในอุตสาหกรรมอาหาร น้ำหอม ฯลฯ สารพัดเท่าที่จะนึกได้ ก็ต้องการควบคุมปรับปรุงกลิ่นในสินค้าของตนให้มีมาตรฐาน ซึ่งหากมีเครื่องดมกลิ่นคงไม่ยาก

เรายังอาจใช้การดมกลิ่นในการตรวจหาโรค และตรวจจับกลิ่นความกลัวซึ่งเกิดจากฮอร์โมนในผู้ก่อการร้าย เรียกว่าสาพักประโยชน์เลยยทีเดียว

“กลิ่น” เป็นสสาร ทำให้มันต่างจากเเสงและเสียงซึ่งเป็นพลังงาน มันจึงเป็นอะไรที่แตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง เอาเฉพาะกลิ่นกาแฟกลิ่นเดียว  ก็มีองค์ประกอบถึงกว่า 600 อย่างเข้าไปแล้ว

แม้กระนั้น “กลิ่น” ก็ยังเป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายต้องการจะเข้าถึงให้ได้ด้วยเทคโนโลยีให้ได้ หลายสิบปีที่ผ่านมาก็ได้มีการแข่งขันกันมากมายจากทั่วโลกในการสร้างเครื่องดมกลิ่น แต่ก็ล้มเหลวไปแทบทุกราย

บริษัท Alpha MOS แห่งฝรั่งเศส เป็นบริษัทเเห่งแรกที่พัฒนา จมูกอิเลคทรอนิคส์ เพื่อใช้ในงานอุตสาหกรรมบางอย่าง แต่ได้ระงับโครงการไปหลังจากล้มเหลวในการพัฒนาให้อุปกรณ์ดมกลิ่นนี้มีขนาดเล็กลงและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ล่าสุดบริษัท Aryballe Technologies จากฝรั่งเศสก็ได้มีการพัฒนาเครืองต้นแบบของอุปกรณ์ตรวจจับกลิ่นแบบมือถือ ที่มีชื่อเรียกว่า NeOse ขึ้นมา ซึ่งทางบริษัทอ้างว่าสามารถตรวจกลิ่นต่างๆได้ราว 50 กลิ่น (รูปบน)

บริษัท Aromyx ในเเคลิฟอร์เนีย ก็กำลังพัฒนาชิพดมกลิ่นที่ชื่อ Essence Chip ร่วมกับบริษัทผลิตอาหารรายใหญ่เพื่อจัดทำข้อมูลทางดิจิตอลเกี่ยวกับกลิ่นต่างๆ

บริษัท ซัมซุง ก็ซุ่มพัฒนาเครื่องดมกลิ่นที่จะเอาเสียบเข้ากับโทรศัพท์มือถือได้ และล่าสุดเห็นว่าได้พยายามจดสิทธิบัตรอุปกรณ์ตรวจจับกลิ่นนี้แล้วด้วย

เรียกว่าแข่งขันกันทั่วโลก ก็ต้องรอดูผลงานกันล่ะว่าใครจะสามารถผลิต “จมูก”  เทียมขึ้นมาใช้งานจริงจังได้ก่อนกัน

เรียบเรียงโดย @MrVop