ค่าคงที่ทางวิทยาศาสตร์ เป็นปริมาณทางกายภาพที่สามารถพบได้จากการศึกษาปรากฏการณ์ในธรรมชาติซึ่งเมื่อเรานำไปเปลี่ยนให้เป็นค่าในทางคณิตศาสตร์แล้วจะพบว่าค่าเหล่านี้เป็นตัวเลขที่มีความคงที่ ยกตัวอย่างเช่นค่าของ พายที่เกิดจากการนำความยาวเส้นรอบวงของวงกลมไปหารด้วยความยาวของเส้นผ่านศูนย์กลางวงกลมโดยไม่ว่าขนาดของวงกลมนั้นจะเปลี่ยนไปเท่าไหร่ แต่เราจะพบว่าค่าของพายยังคงเท่าเดิม (π = 22/7) หรือแม้แต่ความของเร็วแสงที่ไม่ว่าจะทำการวัดอย่างไรก็จะได้ค่าคงที่เสมอในสุญญากาศ (c = 2.997 x 108 m/s) ด้วยความที่ค่าเหล่านี้จะคงที่ตลอดไม่ว่าจะทำการวัดกี่ครั้ง ทำให้มันถูกเรียกว่าค่าคงที่ และนอกจากค่าเหล่านี้ที่ได้ยกตัวอย่างไปแล้วในทางวิทยาศาสตร์ยังมีค่าคงที่สำคัญอีกมากมายซึ่งสิ่งที่เราได้จากการศึกษาค่าเหลานี้นำมาซึ่งความเข้าใจในธรรมชาติที่มากขึ้นรวมถึงการบัญญัติหน่วยวัดขึ้นมา แต่เรากลับพบว่าในอีกไม่นานจากนี้ค่าคงที่สำคัญบางตัวกำลังจะมีการเปลี่ยนแปลงไป

ประจุของอิเล็กตรอน (electron’s charge), ค่าคงที่โบลทซ์มันน์ (Boltzmann constant), ค่าคงที่ของพลังค์ (Planck Constant) และตัวเลขอโวกาโด (Avogadro constant) ค่าคงที่ 4 ตัวนี้ คือผู้โชคดีที่จะได้รับการบัญญัติค่าขึ้นใหม่โดยการเสนอของคณะกรรมการการชั่งตวงระหว่างประเทศ (International Committee for Weights and Measures) ต่อที่ประชุมใหญ่ว่าด้วยการชั่งตวงวัดที่จะจัดขึ้นภายในเดือนพฤศจิกายน ปี 2561 (General Conference of Weights and Measures) เพื่อเพิ่มความถูกต้องแม่นยำของการวัดปริมาณต่างๆทางวิทยาศาสตร์ให้มากยิ่งขึ้นและลดความคลาดเคลื่อนของการคำนวณที่ลงลด โดยที่ค่าแต่ละตัวมีความสำคัญดังนี้

1.ประจุของอิเล็กตรอน เป็นค่าคงตัวของประจุอิเล็กตรอนที่เป็นอนุภาคที่มีประจุลบ ถูกใช้ในการคำนวณต่างๆที่เกี่ยวข้องกับอนุภาคเช่นในทางฟิสิกส์ควอนตัม (e = -1.60×10-19 C)

2.ค่าคงที่โบลทซ์มันน์ เป็นค่าคงที่ตัวทางฟิสิกส์ที่เกี่ยวข้องกับพลังงานระดับอนุภาคกับอุณหภูมิ ซึ่งใช้ในการคำนวณทางเทอร์โมไดนามิกส์(kB = 1.38 × 10-23 m2kgs-2K-1)

  1. ค่าคงที่ของพลังค์เป็นที่ใช้ในการอธิบายปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในระดับอนุภาค เช่นในฟิสิกส์ควอนตัม ( h = 6.626 x 10-34Js)
  2. ตัวเลขอโวกาโด เป็นจำนวนของอะตอมของธาตุคาร์บอนในไอโซโทปคาร์บอน-12 จำนวน 12 กรัมถูกใช้ในการคำนวนทางด้านโมเลกุลของธาตุ (NA = 6.02 x 1023 mol-1)

ในการเปลี่ยนแปลงค่าคงที่เหล่านี้ จะอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของ คณะกรรมการข้อมูลวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (Committee on Data for Science and Technology : CODATA) ซึ่งผลของการเปลี่ยนแปลงค่าเหล่านี้จะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในหน่วยวัดสากล (SI units) เช่นการเปลี่ยนประจุของอิเล็กตรอนจะช่วยให้เรานิยามหน่วยชองกระแสไฟฟ้าอย่างแอมแปร์ได้ถูกต้องยิ่งขึ้น, การเปลี่ยนแปลงของค่าคงที่โบลทซ์มันน์จะช่วยให้เรานิยามหน่วยของอุณหภูมิอย่างเคลวินได้ดีมากขึ้น, ค่าคงที่ของพลังค์ใหม่ที่จะช่วยให้การนิยามน้ำหนักหนึ่งกิโลกรัมที่มีความเที่ยงตรงมากขึ้นเป็นต้น โดยคาดการณ์ว่าการเปลี่ยนแปลงของค่าเหล่านี้จะเริ่มใช้งานจริงภายในวันที่ 20 พฤษภาคม ปี 2562 หรืออีกเกือบ 2 ปีจากนี้

ที่มา :http://www.iflscience.com/physics/the-values-of-four-fundamental-constants-are-going-to-change-/
เรียบเรียงโดย @MrVop