โลกเราโดนเทหวัตถุจากอวกาศประเภทสะเก็ดดาวและดาวเคราะห์น้อยตกลงมาใส่วันละเกิน 100 ตันทุกวัน แต่ 3 ใน 4 ของผิวโลกเป็นทะเล และพื้นดินส่วนใหญ่ก็เป็นที่เปลี่ยวร้าง จึงมีคนพบเห็นดาวตกเพียงนานๆครั้ง

ภาพกลุ่มควันขาวหลังการระเบิดของดาวตกเมื่อวานนี้ เครดิตตามภาพ

เมื่อช่วง 08:40 เช้าวานนี้ (7 ก.ย.) ได้มีผู้ถ่ายคลิปด ถ่ายภาพ และพบเห็น รวมทั้งได้ยินเสียงดังจากการระเบิดของดาวตกเหนือท้องฟ้าด้านตะวันตกของประเทศไทย บริเวณจังหวัดกาญจณบุรี

หลังการระเบิดได้ทิ้งควันสีขาวไว้บนฟ้า เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับเหตุการณ์ดาวตกระเบิดบนฟ้าที่สุลาเวสี ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อ 8 ตุลคม 2009 แล้วจะมีความคล้ายคลึงกันมาก แต่ของเราจะมีขนาดเล็กกว่า

ลักษณะแบบนี้เรียกว่า Superbolide หมายถึงการระเบิดลุกจ้าของดาวตกจนเกิดแสงสว่างเกินแมกนิจูด -17 นั่นคือสว่างกว่าดวงจันทร์เต็มดวง สามารถมองเห็นได้ชัดเจนในเวลากลางวันแม้มีแสงอาทิตย์แรงกล้า

คาดว่าน่าจะเกิดจากสะเก็ดดาวขนาดไม่เกิน 10 เมตร ตกลงมาระเบิดในชั้นบรรยากาศสูงไม่ต่ำกว่า 10-15 กิโลเมตร และแรงระเบิดหากตกถึงพื้้นจะแรงกว่าระเบิดนิวเคลียร์ที่ฮิโรชิมา แต่โชคดีที่ระเบิดเสียก่อนที่ระดับความสูงจากผิวโลกค่อนข้างมากจึงไม่ส่งผลร้าย

ส่วนกรณี Superbolide เหนือ เขตเชลยาบินสค์ ประเทศรัสเซียเมื่อ 15 ก.พ. 2013 นั้นแรงกว่านี้มาก เพราะขนาดของหินอวกาศนั้นใหญ่กว่านี้เกิน 2 เท่าแม้ระเบิดที่ความสูงจากผิวโลกมากกว่า 23 กิโลเมตร ยังส่งผลให้เกิดช็อคเวฟ ซึ่งเป็นคลื่นกระแทกอากาศจนทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 1,200 ราย

อ้างอิง http://neo.jpl.nasa.gov/news/news165.html
http://neo.jpl.nasa.gov/news/fireball_130301.html
เรียบเรียงโดย @MrVop

 

 

หมายเหตุ

บทความนี้ไม่ใช้คำว่า อุกกาบาต  หรือ meteorite เนื่องจากคำนี้จะใช้เรียกเฉพาะขิ้นส่วนของหินอวกาศที่ตกลงมาถึงพื้นโลกแล้วเท่านั้น