55 ปีที่แล้ว เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ.2506 เครื่องบินโบอิ้ง 707 ของสายการบิน แพนแอม ได้ถูกฟ้าผ่า กระแสไฟฟ้าได้เหนี่ยวนำให้เกิดประกายไฟในถังน้ำมันเชื้อเพลิงบริเวณปีกจนติดไฟทำให้เกิดการระเบิดและเครื่องบินตก ผู้โดยสารพร้อมลูกเรือ 73 ชีวิตไม่มีใครรอด

ตั้งแต่เหตุการณ์ครั้งนั้น สำนักงานบริหารการบินแห่งชาติของสหรัฐฯ หรือ FAA (Federal Aviation Administration)ก็ได้มีข้อกำหนดให้ผู้ผลิตเครื่องบินต้องติดตั้งอุปกรณ์ที่สามารถกระจายประจุไฟฟ้าให้แผ่ ออกไปให้ทั่วผิวเครื่องบินเพื่อป้องกันการเหนี่ยวนำประจุไฟฟ้า โดยเฉพาะในบริเวณที่ล่อแหลมต่อการถูกฟ้าผ่าเช่น หัวเครื่องบิน (Nose Radome) และบริเวณ Wingtip ที่ปลายปีกเป็นต้น เพื่อให้กระแสไฟฟ้าลงพื้นหรือกระจายออกไปในอากาศ อุปกรณ์ดังกล่าว ได้แก่ Electro-static discharge และ Diverter Strip อีกทั้งต้องติดตั้งอุปกรณ์เพื่อป้องกันการรบกวน ระบบอิเล็คทรอนิคส์ต่างๆในเครื่องบิน รวมทั้งยังกำหนดให้ถังน้ำมันต้องมีความหนาอย่างเพียงพอ ยิ่งไปกว่านั้นบริษัทผู้สร้างเครื่องบินต้องทำการทดสอบการกระจายประจุไฟฟ้าของเครื่องบินขณะที่ถูกฟ้าผ่า ดังนั้นจึงอาจกล่าวได้ว่า เครื่องบินในปัจจุบันมีโอกาสเกิดอุบัติเหตุจากการถูกฟ้าผ่าได้น้อยมาก โดยเฉพาะโลหะที่ประกอบเป็นลำตัวเครื่องบินนั้นได้ทำหน้าที่เป็น “กรงฟาราเดย์” ให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านเข้าออกโดยไม่กระทบผู้โดยสารภายในเป็นปกติอยู่แล้ว เรียกว่าหากนักบินขับอ้อมเมฆพายุไม่พ้น ปัญหาจากการตกหลุมอากาศและกระแสลมผันผวนรุนแรง ยังเป็นอันตรายต่อเครื่องบินมากกว่าฟ้าผ่าเสียอีก

ตัวอย่างเหตุุการณ์น่าตื่นเต้น เกิดขึ้นเมื่อเมื่อเดือนเมษายน 2558  เครื่องบินสายการบินไอซ์แลนด์แอร์ เที่ยวบิน 671 ออกเดินทางจาก กรุงเรคยาวิก ประเทศไอซ์แลนด์ ไปเมืองเดนเวอร์ รัฐโคโลราโด สหรัฐอเมริกา ได้ถูกฟ้าผ่าบริเวณจมูกเครื่องบินจนแตกเป็นรูโหว่ แต่เครื่องยังคงบินได้ตามปกติ กัปตันตัดสินใจบินต่อไปจนถึงปลายทางอย่างปลอดภัย

https://www.youtube.com/watch?v=44jnMtIUDcw&ab_channel=FrankieHMChannel

ครั้งต่อไปที่ขึ้นเครื่องบินขอให้ท่านมั่นใจว่าจะไม่ถูกฟ้าผ่าจนเกิดอันตรายใดๆ และหากสภาพอากาศไม่ดีก็เพียงรัดเข็มขัดตลอดเวลาอย่าถอดเพื่อป้องกันตัวท่านลอยขึ้นกระแทกเพดานข้างบนเมื่อเครื่องตกหลุมอากาศก็พอ ผู้ที่เสี่ยงอันตรายกว่าท่านคือเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานอยู่ที่สนามบินแล้วฟ้าผ่าขณะเครื่องบินยังไม่บินขึ้น การสัมผัสผิวเครื่องบินด้านนอกขณะฟ้าผ่าอันตรายถึงชีวิต

เรียบเรียงโดย @MrVop