เกาะบิกินี เป็นเกาะในหมู่เกาะมาแชลที่ตั้งอยู่ใจกลางมหาสมุทรแปซิฟิค มันเป็นเกาะที่ถูกใช้ทำการทดลองอาวุธนิวเคลียร์กว่า 23 ครั้งในช่วงกลางศตวรรษที่ผ่านมา เกาะแห่งนี้จึงเต็มไปด้วยกัมมันตภาพรังสี

นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยโคลัมเบียได้ทำการวัดค่ารังสีแกมม่าในบริเวณเกาะบิกินีและเกาะอื่นๆในหมู่เกาะมาแชลทั้ง 6 เกาะ พบว่าผลของกัมมันตภาพรังสีที่มาจากธาตุซีเซียม-137 ยังคงอยู่ ถึงแม้ว่าเวลาจะล่วงเลยมามากว่า 58 ปีแล้วหลังจากการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ครั้งสุดท้าย ทั้งนี้ เนื่องจากซีเซียม-137 มีครึ่งชีวิต 30 ปี หมายความว่าทุกๆ 30 ปีธาตุชนิดนี้จะสลายตัวลงไปเหลือครึ่งนึงของปริมาณที่มีอยู่ ดังนั้น เมื่อผ่านไปเกือบ 60 ปี ณ วันนี้ ก็ควรจะเหลือราวหนึ่งในสี่ของปริมาณแรกเริ่ม นั่นคือยังไม่หายไปหมดทีเดียวหากต้องการให้สารกัมมันตรังสีชนิดนี้สลายตัวจนเหลือเพียง 1% ของปริมาณตั้งต้นจะต้องให้เวลายาวนานกว่า 200 ปี

จากการวัดค่ากัมมันตรังสีพบว่ากว่า 90% ของกัมมันตภาพรังสีบนเกาะบิกินีมาจากการที่ซีเซียม-137 สลายตัวไปเป็น แบเรียม-173 และปลดปล่อยรังสีแกมม่าที่มีพลังงาน 0.662 ล้านอิเล็กตรอนโวลท์ออกมา ซีเซียมมีองค์ประกอบทางเคมีคล้ายๆ กับโปแตสเซียม ทำให้ร่างกายเข้าใจผิดนึกว่าเป็นโปแตสเซียมจึงดูดซึมเข้าไปสะสมไว้ ซึ่งจะส่งผลให้การทำงานของเซลล์ผิดปกติ ก่อให้เกิดมะเร็ง หากได้รับในปริมาณมาก หรือเป็นเวลานานอาจทำให้เกิดความผิดปกติในระดับโครโมโซมหรือระดับพันธุกรรม ซึ่งอาจทำให้เกิดโรคได้อีกหลากหลาย  และหากมีได้รับซีเซียมในปริมาณที่มากๆ ในระยะเวลาอันสั้นก็อาจทำให้เกิดการลวกไหม้อย่างรุนแรงบริเวณที่สัมผัสหรือ กับร่างกาย จนกระทั่งอาจเสียชีวิต

อย่างไรก็ตามเราพบว่าบนเกาะ Enewetak ซึ่งเป็นหนึ่งในหมู่เกาะมาแชล มีค่าเฉลี่ยของปริมาณกัมมันตภาพรังสีต่ำกว่าเกาะอื่นๆ นั่นคือ  7.6 มิลลิเร็มต่อปี เมื่อเทียบกับ 184 มิลลิเร็มต่อปีที่วัดค่าได้จากเกาะบิกินี่ซึ่งถือว่าเป็นปริมาณกัมมันตภาพรังสีสูงที่สุดในหมู่เกาะนี้

การรับประทานปลาหรือผลไม้ที่ได้มาจากบริเวณเกาะนี้จึงมีความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งได้สูงมาก รวมทั้งความพยายามที่จะเข้าไปตั้งรกรากบนเกาะ Rongelapและบิกินีถูกยกเลิกลงหลังจากเป็นที่แน่ชัดแล้วว่ากัมมันตภาพรังสีที่ยังตกค้างอยู่บนนั้นเป็นอันตรายต่อสุขภาพ แต่ในทางกลับกันประชากรส่วนใหญ่ของหมู่เกาะมาแชลที่เหลือต้องเผชิญกับความแออัดเนื่องจากลูกหลานของประชากรที่อพยพเข้ามา ต่างก็รอวันที่จะกลับไปยังถิ่นฐานเดิมของพวกเขา

ภายใต้ข้อตกลงของรัฐบาลสหรัฐกับทางหมู่เกาะมาแชลบางส่วนหมู่เกาะดังกล่าวจะไม่สามารถย้ายกลับไปตั้งรกรากใหม่ได้จนกว่าปริมาณกัมมันตภาพรังสีจะน้อยกว่า 100 มิลลิเร็มต่อปี และถึงแม้ว่าการได้รับสารกัมมันตภาพรังสีส่วนใหญ่จะมาจากการรับประทานอาหารและน้ำที่เจือปน แต่การจะกลับไปยังเกาะเหล่านั้นยังคงต้องใช้เวลาอีกสักพักจนกว่าระดับกัมมันตภาพรังสีจะลดน้อยลงจนถึงขีดปลอดภัย

ที่มา http://www.iflscience.com/environment/bikini-island-is-still-very-radioactive-five-decades-after-atomic-bomb-tests/
เกาะบิกินี เกาะมฤตยู บทความจากไทยรัฐ
เรียบเรียงโดย @MrVop