กล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล ได้จับภาพของกาแล็กซีแคระประเภท BCD ที่มีชื่อเรียกว่า ESO 338-4 ห่างโลกออกไปราว 100 ล้านปีแสงในทิศทางของกลุ่มดาวมงกุฎใต้ (Corona Australis)

เป็นภาพอันสวยงาม เห็นแกนกลางอันประกอบด้วยแสงสีน้ำเงินของดาวฤกษ์เกิดใหม่จำนวนมากอย่างชัดเจน

ด้วยระบบการตั้งชื่อที่แตกต่างกัน เราอาจอ้างถึงกาแล็กซีแคระ ESO 338-4 ได้ในชื่ออื่นอันได้แก่  LEDA 63240 และ IRAS 19245-4140

คำว่า “กาแล็กซีแคระ” นั้นหมายถึงกาแล็กซีที่ประกอบขึ้นด้วยจำนวนดาวฤกษ์จากร้อยล้านถึงพันล้านดวง  (กาแล็กซีทางช้างเผือกที่เราอาศัยอยู่นั้นเป็นกาแล็กซี “ไม่แคระ” เพราะประกอบขึ้นด้วยจำนวนดาวฤกษ์มากกว่า 2 แสนล้านดวง)

กาแล็กซีแคระ มีหลากหลายประเภท และกาแล็กซีแคระประเภท BCD ที่เรากำลังกล่าวถึงในบทความนี้ ย่อมาคำว่าจาก Blue Compact Dwarf galaxy หมายถึงกาแล็กซีแคระที่มีสมาชิกส่วนใหญ่เป็นดาวฤกษ์ชนิดดาวยักษ์น้ำเงิน ทำให้แสงโดยรวมของกาแล็กซีแคระปรากฏออกมาเป็นสีน้ำเงินตามไปด้วย

ดาวยักษ์น้ำเงินเป็นดาวฤกษ์ที่มีอายุขัยสั้นเนื่องจากมีปฏิกิริยาฟิวชั่นที่แกนดาวอย่างรุนแรง ทำให้เปล่งแสงสว่างออกมาอย่างมหาศาลแต่จะสิ้นอายุในช่วงเวลาหลักล้านปีเท่านั้น (ดวงอาทิตย์ของเรามีอายุรวมเกินหมื่นล้านปี )

นักดาราศาสตร์คาดว่ากาแล็กซีแคระ ESO 338-4 น่าจะเคย “ชน” เข้ากับกาแล็กซีแคระอื่นแล้วหลอมรวมแกนกลางเข้าด้วยกัน มวลสารจำนวนมากในรูปกลุ่มก๊าซได้หลอมรวมขึ้นเป็นแกนกลางใหม่ของ ESO 338-4 ด้วยความหนาแน่นสูงจึงเป็นจุดก่อเกิดของดาวฤกษ์มวลมากอย่างดาวยักษ์น้ำเงินตามที่เห็นอยู่ในภาพล่าสุดที่กล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลจับภาพมาได้

ภาพที่เห็นนี้ กล้องฮับเบิลถ่ายใน 3 ช่วงคลื่นแสงคือแสงธรรมชาติ แสงในย่าน UV และยานอินฟราเรด ด้วยอุปกรณ์ 3 ตัวแล้วนำภาพมารวมกันโดยใช้ฟิลเตอร์ 5 ตัว อุปกรณ์ทั้ง 3 นั้นได้แก่  Advanced Camera for Surveys (ACS), Wide Field Camera 3 (WFC3) และ Space Telescope Imaging Spectrograph (STIS).

เรียบเรียงโดย @MrVop