องค์การสำรวจอวกาศอินเดีย หรือ ISRO ตั้งเป้าจะส่งมนุษย์สู่อวกาศภายในปี 2022

รัสเซีย สหรัฐฯ และจีน คือ 3 ประเทศแรกของโลกที่ส่งมนุษย์สู่อวกาศด้วยตนเอง (ไม่นับการส่งนักบินอวกาศพ่วงไปกับโครงการของชาติอื่น) และอินเดียก็ตั้งเป้าจะเป็นชาติที่ 4 แซงหน้าญี่ปุ่นใน 40 เดือนนับจากนี้ โดยจะเป็นการใช้จรวดยักษ์ GSLV Mk-III (Geosynchronous Satellite Launch Vehicle Mark III) ที่ยาว 43 เมตร และหนักถึง 640 ตัน ส่งยานที่บรรทุกนักบินตรงปลายจรวดขึ้นไปโคจรรอบโลกแล้วกลับลงมาอย่างปลอดภัย

ในการนี้ นักวิทยาศาสตร์อินเดียได้พัฒนาระบบต้านทานความร้อนขณะยานอวกาศกลับสู่โลกโดยการเคลือบสารซิลิคอนน้ำหนักเบาที่ผิวด้านนอกของยาน ทำให้สามารถต้านทานอุณหภูมิสูงกว่า 1,000°C ซึ่งเกิดจากแรงเสียดทานกับอากาศและก็ได้พัฒนาชุดอวกาศในแบบของตัวเองขึ้นมาเรียบร้อยแล้ว ถือว่าก้าวมาไกลไม่น้อย ขั้นตอนต่อไปก็คือการฝึกฝนนักบินอวกาศและการทดสอบระบบเอื้อชีวิตต่างๆ

อินเดียเคยทำสิ่งที่สหีัฐฯและรัสเซียล้มเหลวมาแล้วหลายรอบให้สำเร็จในครั้งเดียว นั่นคือการทำ insertion ส่งยานสำรวจเข้าสู่วงโคจรดาวอังคารในปี 2014 ได้โดยไม่ผิดมุมองศาและความเร็ว เรียกว่า “รอบเดียวผ่าน” แถมยังยังงบประมาณต่ำกว่าชาติตะวันตกมากนั่นคือใช้เพียง 67 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในการส่งยานไปโคจรรอบดาวอังคาร  และในปี 2017 อินเดียก็ได้สร้างสถิติใหม่ด้วยการส่งดาวเทียมสู่วงโคจรโลกครั้งเดียว 104 ดวง แซงหน้าจำนวน 37 ดวงของรัสเซียในปี 2014 ไปอย่างขาดลอย

ทุกวันนี้ รอบวงโคจรดวงจันทร์ก็มียานสำรวจจันทรายาน 1 (Chandrayaan-1) ที่ทำหน้าที่ค้นหาน้ำบนดวงจันทร์อย่างละเอียด จนได้ข่าวพบน้ำในรูปน้ำแข็ง เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ถือเป็นผลงานที่น่าชื่นชมอย่างยิ่ง

เราชาติเอเชียด้วยกันก็ได้แต่เอาช่วยอินเดียทำความฝันให้สำเร็จให้จงได้

เรียบเรียงโดย @MrVop