ยานโรเซตตา ยานสำรวจขององค์การอีซาซึ่งได้สำรวจดาวหาง  67พี/ชูริวมอฟ-เกราซิเมนโก  มาตั้งแต่ต้นปี 2557 และได้จบภารกิจไปแล้ว เมื่อเวลา 17:40 น. ของวันที่ 30 กันยายน 2559 ตามเวลาประเทศไทย เนื่องจากพลังงานบนยานใกล้จะหมด เนื่องจากยานโรเซตตาใช้พลังงานไฟฟ้าที่ผลิตจากแผงเซลสุริยะยาว 16 เมตรสองแผง แต่การทีต้องติดตามดาวหางที่ถอยห่างจากดวงอาทิตย์ถึงวันละเกือบหนึ่งล้านกิโลเมตร ทำให้แสงอาทิตย์ที่ยานได้รับอ่อนลงจนไม่เพียงพอต่อการผลิตไฟฟ้าเลี้ยงอุปกรณ์ภายในยาน

แต่หนึ่งในภาพถ่ายที่สำคัญที่สุดที่ยานโรเซตตา ได้จับภาพไว้ได้ คือกลุ่มของแก้ส ที่เรียกว่า “เจ็ท” กำลังพุ่งออกจากหลุมๆหนึ่งของผิวดาวหางซึ่งมีขอบสูงราวๆ 10 เมตร จากผลการวิเคราะห์ของโรเซตตา พบสารประกอบของน้ำในกลุ่มแก้สนี้ด้วย ซึ่งการพุ่งออกมาของแก้สที่เรียกเจ็ทจากใต้ผิวดาวหางนี้คือต้นกำเนิดของ “หาง” ที่จะพวยพุ่งมากมายกว่านี้หลายเท่าจากปฏิกิริยากับลมสุริยะเมื่อตำแหน่งของดาวหางเข้าใกล้ดวงอาทิตย์จนกลายเป็นหางยาวนับล้านกิโลเมตรแบบที่เราเคยเห็นกันตามภาพถ่ายที่เราชินตา แต่ภาพยกมาให้ดูในวันนี้คือภาพของ “หาง” ที่ยังไม่งอก ยังไม่พุ่งออกมาเนื่องจากตำแหน่งของ67พี/ชูริวมอฟ-เกราซิเมนโก  ขณะถ่ายภาพนี้อยู่ห่างดวงอาทิตย์จนผลของลมสุริยะน้อยกว่าที่จะก่อให้เกิดปฏิกิริยาได้ แต่ก็ทำให้เราได้เห็นจุดกำเนิดของ “หาง” ที่เราสนใจมานาน

เรียบเรียงโดย @MrVop