ตลอดหลายล้านปีที่ผ่านมา มนุษย์เราผ่านขั้นตอนการวิวัฒนาการมากมายจนมาเป็นเราทุกวันนี้ เรามีมันสมองที่ใหญ่กว่าสัตว์ทั้งหลาย ใช้มือได้คล่องแคล่วโดยเฉพาะหัวแม่มือ เราเดินตัวตรงตั้งฉากกับผิวโลกด้วยสองขา แต่วิวัฒนาการเหล่านี้ ก็ได้ทิ้งปัญหาไว้กับเราด้วย

โครงสร้างกระดูกเชิงกรานของเรา มีขนาดเล็กกว่ากระดูกเชิงกรานของมนุษย์โบราณโฮโมอีเรคตัส เมื่อ 1.2 ล้านปีที่แล้วเปรียบเทียบกับขนาดศรีษะของเด็กทารก นั่นทำให้ทุกวันนี้เราประสบความเจ็บปวดในการคลอดลูกมากกว่าสัตว์ในตระกูลวานรอื่นๆ ที่เป็นญาติใกล้ชิดกับมนุษย์ ซึ่งใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมง แม่วานรหรือมนุษย์โบราณก็ลุกขึ้นเดินปร๋อ ขณะที่มนุษย์ปัจจุบันยังต้องนอนซมไปอีกเป็นวันๆ

นอกจากนี้ ในการนั่ง วิ่งและเดินในลักษณะตั้งฉากกับผิวโลก เราวิวัฒนาการกระดูกสันหลังรูปตัว S ขึ้นมา ซึ่งไม่เหมาะกับการรับน้ำหนักเลย โดยเฉพาะในช่วงอายุมากขึ้น ปัญหาปวดหลังก็จะตามมาหากไม่มีการออกกำลังกล้ามเนื้อหลังให้หนาแน่นพอ

นี่คือการปล่อยให้วิวัฒนาการดำเนินไปตามธรรมชาติ แต่มาลอง​คิดดู​อีกทีหากเราสามารถกำหนดมีพัฒนาการให้กับตัวเราเองได้ ผลจะออกมาเป็นเช่นไร

ศาสตราจารย์ อลิซ โรเบิร์ต นักกายวิภาคศาสตร์ได้ลองสร้างผลการรวมวิวัฒนาการของสัตว์ต่างๆเข้ากับวิวัฒนาการของมนุษย์ ด้วยความพิเศษของสุนัข แมว หมึก ปลา หงส์ ลิงชิมแปนซี เราจะได้ยอดมนุษย์ที่มีระบบหลอดเลือดที่ดีขึ้น มีปอดที่ดีขึ้น ผิวหนังที่ทนต่อแสง UV ดวงตาที่ไม่มีจุดบอด ใบหูที่ฟังเสียงได้ยอดเยี่ยม และ ขาที่ทรงพลังเหมาะสมในการเดินและวิ่งตัวตรงโดยรับน้ำหนักได้มากๆ

ศาสตราจารย์ อลิซ ได้ลองเติมกระเป๋าหน้าท้องและใบหูค้างคาวเข้าไปตอนออกรายการโทรทัศน์ BBC4 ร่วมกับทีมงานจากพิพิธภัน์วิทยาศาสตร์แห่งลอนดอน และลองสร้างต้นแบบหุ่นจำลองยอดมนุษย์ที่ว่านี้ขึ้นมาโดยใช้ใบหน้าและร่างกายของเธอเป็นต้นแบบ ผลปรากฏว่าได้สิ่งที่ดูประหลาดเหมือนเอลฟ์ผสมสัตว์บางชนิดในเทพนิยาย

ทั้งนี้ไม่เกี่ยวกับการที่ยอดมนุษย์ของเราดูไม่คุ้นตาไม่สวยงาม แต่ศาสตราจารย์ อลิซ ผู้ซึ่งผ่านการตลอดบุตรมาแล้ว 2 คนกล่าวในรายการว่าแม้จะไม่ชอบขานกที่นำมารวมกับหุ่นจำลองร่างกายของยอดมนุษย์นี้ แต่แม่ทุกคนจะติดใจระบบการคลอดและกระเป๋าหน้าท้องที่เรายืมมาจากจิงโจ้อย่างแน่นอนเพราะมันง่ายต่อการให้กำเนิดและเลี้ยงดูบุตรอย่างยิ่ง

เรียบเรียงโดย @MrVop