งานวจัยล่าสุดที่ยังไม่ผ่าน Peer Review ชี้ให้เห็นผลการทดลองในจานเพาะเชื้อว่า ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ออมิครอน หรือโอไมครอน (Omicron) มีประสิทธิภาพในการเข้าสู่เซลล์ปอดได้น้อยกว่าสายพันธุ์ที่มีการระบาดไปทั่วโลกก่อนหน้านี้

สอดคล้องกับรายงานจากประเทศต้นกำเนิดไวรัสสายพันธุ์นี้นั่นคือแอฟฟริกาใต้ที่พบว่า ไวรัสออมิครอนก่อให้เกิดความรุนแรงของโรคน้อยกว่าสายพันธุ์เดลตา รายงานจากประเทศอังกฤษก็ยืนยันมาในลักษณะเดียวกัน

แต่สายพันธุ์ ออมิครอน (Omicron) ก็มีจุดเด่นในเรื่องของการหลบเลี่ยงระบบภูมิคุ้มกันของมนุษย์แม้ว่าจะฉีดวัคซีนมาครบโดสแล้วก็ตาม ไวรัสนี้ยังเข้าสู่เซลล์ทางเดินหายใจส่วนบนได้เร็วกว่าทุกสายพันธุ์ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ทีมงานวิจัยนำโดยศาสตราจารย์ ระวี คุปตะ (Ravi Gupta) จากสถาบันภูมิคุ้มกันวิทยาบำบัดและโรคติดเชื้อแห่งมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ และ ดร.เคอิ ซาโต (Dr Kei Sato) จากมหาวิทยาลัยโตเกียว ได้สร้างไวรัสสังเคราะห์ที่เรียกว่า ‘pseudoviruses’ ที่มีลักษณะเหมือนไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ออมิครอน และสายพันธุ์เดลตา ขึ้นมาเพื่อศึกษาพฤติกรรมของไวรัสดังกล่าว

ทีมงานทดสอบไวรัสสังเคราะห์กับตัวอย่างเลือดที่ได้รับบริจาคมาจากผู้ที่ได้รับวัคซีนครบ 2 เข็มแล้ว ทั้งแอสตราเซเนเส (ChAdOx-1) และไฟเซอร์ (BNT162b2)

ผลการทดลองพบว่า โดยเฉลี่ยสายพันธุ์ออมิครอน (Omicron) ต้องการความเข้มข้นของแอนติบอดีในซีรัมเพื่อทำให้ไวรัสหมดสภาพเพิ่มขึ้นถึงเกือบ 10 เท่าเมื่อเทียบกับสายพันธุ์เดลตา (Delta) และที่น่ากังวลกว่านั้น คือ แอนติบอดีจากบุคคลส่วนใหญ่ที่ได้รับวัคซีนแอสตร้าเซเนก้าครบ 2 เข็ม ก็ยังไม่อาจยับยั้งไวรัส ออมิครอน (Omicron) นี้ได้

อย่างไรก็ตาม ทีมงานพบว่าให้หลังจากฉีดบูสท์ด้วยวัคซีนไฟเซอร์เป็นเข็มที่ 3 พบว่าประสิทธภาพในการยับยั้งไวรัสสายพันธุ์ออมิครอน (Omicron) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในทั้ง 2 กลุ่ม

ในการทดลองขั้นต่อไปคือให้ไวรัสสังเคราะห์เข้าสู่เซลล์ปอดในจานทดลอง ผลปรากฏว่าโปรตีนบริเวณส่วนหนามของสายพันธุ์ออมิครอน (Omicron) นั้นมีประสิทธิภาพน้อยกว่าสายพันธุ์ของเดลต้าในการแยกตัวรับ ACE2 บนผิวเซลล์ปอดเพื่อแทรกซึมเข้าสู่ภายใน และแม้จะเข้าสู่เซลล์ปอดได้แล้ว สายพันธุ์ออมิครอน (Omicron) ก็ยังเทียบสายพันธุ์เดลตาไม่ได้ในการเหนี่ยวนำให้เกิดการฟิวชั่นของเซลล์ปอดที่อยู่ใกล้กัน ทำให้มันแพร่เชื่อในเซลล์ปอดได้ไม่ดีนัก

ศาสตราจารย์ คุปตา กล่าวเสริมว่า “สมมุติฐานของเราก็คือ ยิ่งไวรัสสามารถแพร่เชื้อในเซลล์ปอดได้ไวและมากเท่าใด โรคก็จะยิ่งรุนแรงมากขึ้นเท่านั้น ดังนั้นเมื่อปรากฏความจริงว่า Omicron แพร่เซลล์ปอดได้ไม่ดีนัก นั่นก็จะส่งผลให้สายพันธุ์ใหม่นี้น่าจะก่อเกิดความรุนแรงของโรคที่เกี่ยวข้องกับปอดที่น้อยลง”

ทั้งนี้ทั้งนั้น งานวิจัยนี้ยังไม่ผ่านการทบทวน (Peef review) จากนักวิชาการอื่น และยังไม่ลงตีพิมพ์ ทีมงานยังต้องทำงานเพิ่มเติมเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือของงานวิจัยนี้อีกระยะ

อ้างอิง https://www.cam.ac.uk/research/news/omicron-may-be-significantly-better-at-evading-vaccine-induced-immunity-but-less-likely-to-cause

งานวิจัยได้รับการสนับสนุนโดย Wellcome และ NIHR Cambridge Biomedical Research Centre