การขนสินค้าเรานิยมใส่สินค้าในกล่องเหล็กใบใหญ่ๆ ที่เรียกกันว่า “Container” ซึ่งมีขนาดมาตรฐาน ทำให้การบรรทุกบนรถลาก หรือบนเรือสินค้าขนาดใหญ่ทำได้สะดวก การจัดการที่ท่าเรือก็ทำได้ง่าย

ในโลกของซอฟต์แวร์ก็เช่นกัน หากเราสามารถ “บรรจุ” ซอฟต์แวร์, โอเอส, และ Library ต่างๆที่เกี่ยวข้องไว้ใน “กล่อง” ที่มาตรฐาน ก็จะสามารถนำไปรันบนเครื่องไหนก็ได้โดยไม่ยุ่งยาก เจ้ากล่องที่ว่านี่เราก็เรียกว่า “Container” เช่นกัน

ผู้นำด้าน Container ในโลกซอฟต์แวร์คือ “Docker” ซึ่งเป็นที่นิยมใช้อย่างแพร่หลาย เมื่อเราบรรจุซอฟต์แวร์เราในกล่องที่ว่านี้ เราก็สามารถนำไปรันบนเครื่อง server ของเราหรือรันบน cloud ของเจ้าไหนก็ได้ ไม่ว่าจะเป็น Microsoft, Amazon หรือของ Google

ในการที่เราจะบรรจุซอฟต์แวร์ลงใน Docker ให้สะดวก จำเป็นต้องมีโอเอสขนาดเล็ก ซึ่งตัวที่นิยมใช้กันคือ “CoreOS” ซึ่งคนนิยมเอาไปใส่ใน Docker กันมาก

ปีที่แล้วสองเจ้านี้เกิดปีนเกลียวกันขึ้น เพราะ CoreOS ดันออก Container ของตัวเองชื่อ “Rocket” ออกมาแข่งกับ Docker ทำให้นักพัฒนาเริ่มมีตัวเลือก

ในขณะเดียวกันการใช้ Container นั้น จำเป็นต้องมีซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการจัดการ Docker อีกชั้นหนึ่ง Google ซึ่งเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ และมี Container ของตัวเองใช้มานานก่อนหน้านี้ เห็นโอกาสจึงออกโปรแกรมสำหรับจัดการ Container ชื่อ “Kubernetes” ออกมาให้ใช้กันฟรีๆ โดยใช้ได้ทั้งกับ Docker และ Rocket

ซึ่งนักพัฒนาที่ต้องใช้ Container จำเป็นต้องใช้สามอย่างนี้ร่วมกันคือ Container (มีตัวเลือกคือ Docker และ Rocket), OS ขนาดเล็ก (CoreOS) และโปรแกรมจัดการ (Kubernetes)

เมื่อเป็นเช่นนี้ก็เดาได้ว่า Google ต้องซื้อ CoreOS เข้าซักวัน และก็เป็นจริง วันก่อน Google Ventures ก็ประกาศลงทุนใน CoreOS เป็นเงิน 12 ล้านเหรียญ

ในทันทีที่มีการร่วมทุนเกิดขึ้น CoreOS ก็ประกาศเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ชื่อ “Tectonic” ซึ่งรวมเอา Rocket, CoreOS และ Kubernetes เข้าด้วยกันเป็นตัวเดียว