ชิ้นส่วนของหิ้งน้ำแข็งลาร์เซ็นซี (Larsen C) แตกออก กลายเป็นภูเขาน้ำแข็งยักษ์ลอยออกไปในทะเล

หิ้งน้ำแข็งลาร์เซ็นซี (Larsen C) เป็นส่วนหนึ่งของคาบสมุทรแอนตาร์ติกา (ปลายแหลมเล็กๆทางตะวันตกของตัวทวีป) ที่ขั้วโลกใต้ หิ้งน้ำแข็งนี้เริ่มมีรอยร้าวจากการสำรวจเมื่อปี 2010 และรอยร้าวนี้ค่อยๆยาวขึ้นๆ (ตามรูปบน) จนแตกออกในเดือนกรกฏาคม 2017

ชิ้นที่แตกออกลอยทะเลไปนี้ เราเรียกว่า Iceberg หรือภูเขาน้ำแข็ง (แบบเดียวกับที่ลอยไปชนไททานิคนะแหละ แต่ใหญ่กว่าเยอะ) ซึ่งหน่วยงาน  US National Ice Center จะตั้งชื่อภูเขาน้ำแข็งทุกลูกเอาไว้ เพื่อใช้อ้างอิงและแจ้งเหตุ และภูเขาน้ำแข็งลูกนี้มีชื่อว่า A68

300px-Moa_iceshelves

ชิ้นส่วนที่แตกออกไปที่เรียกว่า ภูเขาน้ำแข็ง A68 นี้ มีขนาด 12% ของหิ้งน้ำแข็งลาร์เซ็นซี  กว้างใหญ่กว่า 5,800 ตารางกิโลเมตร หรือเข้าใจง่ายๆนั่นคือมันมีขนาดใหญ่กว่าพื้นที่ของ กรุงเทพมหานคร จังหวัดนครปฐม จังหวัดนนทบุรี กับ จังหวัดปทุมธานี รวมกัน แต่ชิ้นส่วนนี้ไม่ใช่ชิ้นที่ใหญ่สุด ในอดีตเคยมีชิ้นส่วนของหิ้งน้ำแข็งอื่นที่ใหญ่กว่านี้เคยแตกออกในลักษณะนี้มาแล้ว นั่นคือ ภูเขาน้ำแข็ง B15 ที่แตกออกมาจากหิ้งน้ำแข็ง Ross ในเดือนมีนาคมปี 2000 ชิ้นนั้นมีขนาดใหญ่ถึง 11,000  ตารางกิโลเมตร (ในภาพกลางคือตำแหน่งหิ้งน้ำแข็งต่างๆในทวีปแอนตาร์กติกา จะเห็นสีเหลืองคือลาร์เซ็นซี ที่อยู่ทางตะวันตก และสีแดงคือหิ้งน้ำแข็ง Ross ที่อยู่ทางใต้ของทวีป)

iceloss-leadimage

พูดถึงแต่ ลาร์เซ็นซี (Larsen C) แล้ว ลาร์เซ็นเอ (Larsen A) กับ ลาร์เซ็นบี (Larsen B) กับ B อยู่ไหน คำตอบคือรูปที่ 3 ซึ่งทั้งคู่ก็อยู่ใกล้ลาร์เซ็นซี (Larsen C) ในคาบสมุทรเดียวกันนะแหละ และมีการแตกของชิ้นน้ำแข็งไปก่อนหน้านี้แล้วด้วยในช่วงปี 1995 ถึง 2002

Antarctic_shelf_ice_hg

การแตกออกของหิ้งน้ำแข็งเป็น “เรื่องปกติ” เป็นวัฏจักรของมัน ตามภาพที่ 4 จะเห็นหิ้งน้ำแข็งงอกยาวออกมาในทะเล การงอกออกมานี้จะทำให้น้ำทะเลเพิ่มขึ้นไปแล้วทีละนิดๆอย่างช้าๆ การงอกออกมานี้ใช้เวลานานมากเป็นหมื่นปี เมื่อยาวถึงจุดหนึ่งก็จะเกิดการแตกตัว การแตกตัวออกเป็นภูเขาน้ำแข็งแบบที่เกิดกับ A68 นี้  ไม่มีผลทำให้น้ำทะเลเพิ่มขึ้นอีก เพราะน้ำแข็งนี้เป็นส่วนหนึ่งของทะเลไปตั้งแต่แรกแล้ว (น้ำทะเลจะเพิ่มหากมีการละลายของ “น้ำแข็งบนดิน” เช่นจากน้ำแข็งบนแผ่นดินทวีปของขั้วโลกใต้หรือกรีนแลนด์)

800px-Glacier-ice_shelf_interactions.svg_

ข้อสังเกตคือความเร็วในการแตกตัว นั่นคือภายในช่วงทศวรรษ 90 ถึงวันนี้ มีการแตกตัวเร็วกว่าอดีตที่ผ่านมาอย่างทวีคูณจนน่าตกใจ แตกตัวเร็วกว่าอัตราปกติของธรรมชาติที่ควรเป็น ลองเดาดูก็น่าจะรู้ว่ามาจากอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งมนษย์ก็เป็นส่วนหนึ่งในการเร่งปัญหานี้

ต่อจากนี้คือหากขาดหิ้งน้ำแข็ง อะไรจะเกิดขึ้นต่อ หิ้งน้ำแข็งทำหน้าที่เป็นตัวสกัดกั้นส่วนปลายของธารน้ำแข็ง (Glacier) ถ้าหากไม่มีหิ้งน้ำแข็ง ธารน้ำแข็งจะไหลงทะเลโดยตรงและหากเป็นแบบนั้น น้ำทะเลทั่วโลกก็จะเพิ่มระดับขึ้นอย่างรวดเร็ว และเรื่องร้ายๆจะส่งผลไปตามเมือชายฝั่งทั่วโลก

การแตกตัวของ A68 จึงเป็นสัญญาณเตือนสุดท้ายที่สำคัญให้สำนึกว่าต้องเร่งลดอุณหภูมิโลกให้เร็วที่สุด

เรียบเรียงโดย @MrVop