ในอเมริกามีวิธีกำจัดน้ำเสียจากโรงงานเคมีไม่ให้ไปรบกวนแหล่งน้ำธรรมชาติโดยการฉัดอัดลงไปใต้ดินในระดับลึกกว่า 1.2 กิโลเมตร เราเรียก Injection well  โดยน้ำเสียจะจะส่งลงไปถึงชั้นหินทราย หรือหินที่มีรูพรุนอื่นในระดับความลึกที่จะไม่ทำให้น้ำเสียนี้ส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมใดๆ

แต่จากการศึกษาล่าสุดโดย  Anna Kuchment ซึ่งตีพิมพ์ลงในวารสาร  Scientific American features พบว่า ปริมาณของน้ำเสียที่บำบัดโดยการอัดฉีดลงไปในระดับลึกของชั้นดินกลับทำให้เกิดปัญหาที่ไม่คาดคิดตามมา นั้นคืออาจเป็นชนวนให้เกิดแผ่นดินไหวถี่ขึ้น

saWEB_Kuch_frack_desktopREV

ปกติรอยเลื่อนแผ่นดินไหวชนิด Strike slip ซึ่งเป็นรอยเลื่อนแนวระนาบนั้นจะมีแรงสองทิศทางต่อสู้กันอยู่ นั้นคือ Shear stress (ลูกศรสีเหลืองในภาพบน) ซึ่งเป็นแรงเฉือนที่พยายามจะเคลื่อนเปลือกโลกไปตามแนวรอยเลื่อน และ Normal stress (ลูกศรสีส้มในภาพบน) ที่กดดันเปลือกโลกสองด้านของรอยเลื่อนให้ติดกันไว้ เมื่อเอาชนะกันไม่ได้ความเครียดจากการต่อสู้ของแรงจึงสะสมอยู่และยังไม่เกิดแผ่นดินไหว

เมื่อน้ำเสียถูกอัดฉีดลงไปในรูพรุนของชั้นหินสองด้านรอยเลื่อน น้ำเหล่านั้นจะไหลรวมเข้ามาในรอยแยกของรอยเลื่อนและเริ่มมีแรงดันออกด้านข้าง (ลูกศรสีฟ้าในภาพบน) ทำให้แรงบีบเปลือกโลกเข้าหากันเริ่มอ่อนลง แรงเฉือน (ลูกศรสีเหลืองในภาพบน) จึงมีมากกว่าและสุดท้ายก็เกิด slip (ลูกศรสีแดงในภาพบน) คือเปลือกโลกเลื่อนไถลไป ก่อให้เกิดแผ่นดินไหว

สถิติแผ่นดินไหวในโอกลาโอมาสอดคล้องกับแนวคิดนี้ สังเกตจากบันทึกตลอด 6 ปีที่ผ่านมา มีการอัดฉีดน้ำเสียลงไปใต้ดินจากปริมาณ  849 ล้านบาเรบในปี 2009 เพิ่มไปถึง 1,538 ล้านบาเรลในปี 2014 ทำให้เกิดแผ่นดินไหวแมกนิจูด 3.0 ขึ้นไปในบริเวณนี้เพิ่มขึ้นจาก 20 ครั้งในปี 2009 เป็น  581 ครั้งในปี 2014

นี่เป็นตัวอย่างชัดเจนว่ากิจกรรมของมนุษย์สามารถกระตุ้นการเกิดแผ่นดินไหวได้

เรียบเรียงโดย @MrVop